กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน

ข่าวสารหน่วยงาน

รวบรวมข่าวสารประชาสัมพันธ์ และข่าวทั่วไป ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คลอบคลุม ทั้ง ข่าวกิจกรรม ภาพข่าวกิจกรรมของ หน่วยงานในสังกัดกระทรวง

 



วว.จัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านเกษตรอินทรีย์ ASEAN+6 Organic Agriculture Forum 2016 : Sustainable Agriculture

พิมพ์ PDF

 

             

               กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดประชุมวิชาการนานาชาติเกษตรอินทรีย์ เรื่อง ASEAN+6 Organic Agriculture Forum 2016 : Sustainable Agriculture ระหว่างวันที่ 28-30 มิถุนายน 2559 ณ ห้องอิมพีเรียล 1 โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง    จ.เชียงใหม่

 

 

               ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า เกษตรอินทรีย์เป็นระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม รักษาสมดุลของธรรมชาติและความหลากหลายของทางชีวภาพโดยมีระบบการจัดการนิเวศวิทยาที่คล้ายคลึงกับธรรมชาติและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เน้นการใช้อินทรีย์วัตถุและวัสดุธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และ ปุ๋ยชีวภาพในการปรับปรุงบำรุงให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง รวมถึงการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ เช่นรวมถึงการใช้สารจากธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ผลผลิตที่ได้จะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคและไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม  เกษตรอินทรีย์จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรอินทรีย์มาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยมีผลงานที่สำคัญ อาทิ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว การเพิ่มความต้านทานต่อโรคและแมลง การบำบัดสารเคมีในดินและน้ำโดยใช้จุลินทรีย์  

 

               สำหรับการจัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านเกษตรอินทรีย์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ในหัวข้อเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรอินทรีย์ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพดิน  การจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน การจัดการระบบคุณภาพ และ การลดผลกระทบทางการเกษตรจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  พร้อมทั้งเป็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ระหว่างกันนักวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสความร่วมมือในด้านงานวิจัยเกษตรอินทรีย์กับประเทศต่างๆ  ในอนาคต

               “...  วว.  เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมนานาชาติด้านเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  ในนามของ วว. ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากนักวิจัยในประเทศ และผู้แทนจากประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน และ 6 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย  ได้มาร่วมประชุมและนำเสนอรายงานความก้าวหน้าด้านเกษตรอินทรีย์ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินงานวิจัยด้านเกษตรอินทรีย์ร่วมกันต่อไป...” ผู้ว่าการ วว. กล่าวเพิ่มเติม

 

   


 

ข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 

เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732    โทรสาร 02 333 3834

E-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

ได้ฤกษ์เปิดโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร “ดร.สุภาภรณ์” เผยดีใจภูมิปัญญาปู่ย่าตายายมีที่อยู่

พิมพ์ PDF

   

 

           24 มิถุนายน - ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิด โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกอภัยภูเบศร โดยใช้โอกาสที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก่อตั้งและให้บริการมาครบ 75 ปี

 

 

               นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า แนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยภัยภูเบศร เป็นแนวคิดที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีการนำการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมาใช้ในระบบบริการสุขภาพ ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 โดยเริ่มจากงานสาธารณสุขมูลฐานก่อน จนถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 มีโครงการนำร่องในการพัฒนาระบบบริการการผสมผสานการบริการการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสุขภาพ จากนั้นมีการเปิดคลินิกการบริการการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสาธารณสุขของรัฐบาลหลายแห่ง ปัจจุบันครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ

               “โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศรมีการพัฒนาการที่ต่อเนื่อง เป็นการบูรณาการการแพทย์แผนไทยสู่ระบบบริการสุขภาพให้ครบทุกมิติ เพื่อทำให้การแพทย์แผ่นไทยมีการพัฒนามาตรฐานและขยายการใช้ประโยชน์จากการแพทย์แผนไทยให้เต็มศักยภาพ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์แผนดั้งเดิมขององค์การอนามัยโลก พ.ศ.2557 -2566 โดยส่งเสริมการบูรณาการการแพทย์ดั้งเดิมเข้าในระบบการดูแลลสุขภาพแห่งชาติโดยการพัฒนาและดำเนินการตามนโยบายด้านการแพทย์ดั้งเดิมของแต่ละชาติให้มีความปลอดภัย มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

 

 

               นายแพทย์จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมากว่า 30 ปี  ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนายาจากสมุนไพรและบริการผู้ป่วยนอก การเผยแพร่ความรู้ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีโครงสร้างและแนวทางที่ชัดเจนในการบูรณาการกับการแพทย์แผนปัจจุบัน นับตั้งแต่ปี 2556 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เตรียมการในด้านบุคลากร อาคารสถานที่ โรคและอาการที่จะบูรณาการ มาตรฐานการตรวจวินิจฉัย การให้การรักษา การประเมินผล การส่งต่อระหว่างการแพทย์ทั้งสองระบบ ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ซึ่งตรงกับวันสถาปนาโรงพยาบาลครบรอบ 75 ปี

               “การมีโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยนี้จะเป็นการก้าวกระโดดของการพัฒนาการแพทย์แผนไทยจากจุดอ่อนเดิมของการแพทย์แผนไทยที่ไม่เคยมีโรงพยาบาล หมอเป็นผู้ไปรักษาคนไข้ที่บ้านในรายที่คนไข้หนักเนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกที่จะนำคนไข้มา ทำให้ไม่มีการบันทึกวิธีการรักษา การใช้ยา ผลการรักษาอย่างเป็นระบบ จึงขาดข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ พัฒนาปรับปรุงให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง การมีโรพยาบาลการแพทย์แผนไทย จึงเป็นการสร้างความการยอมรับระบบการแพทย์แผนไทยต่อสังคม และสร้างความมั่นคงให้ระบบสุขภาพ เป็นการยกระดับและคุ้มครองภูมิปัญญาไทย ซึ่งเป็นมรดกของชาติให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก” ผอ.โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าว

 

               ด้าน ภญ.ดร.สุภากรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่วันนี้ภูมิปัญญาปู่ย่าตายายจะมีที่อยู่ ได้ลงหลักปักฐาน และสามารถขยายศักยภาพการทำงานโดยผนวกรวมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาไปสู่การรักษาโรคที่รักษายากให้ง่ายยิ่งขึ้น เกิดประโยชน์สูงสูดของการรักษาพยาบาล ขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ    


 

ข่าวโดย : ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS)

เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732    โทรสาร 02 333 3834

E-mail :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

 

TCELS จับมือจังหวัดปราจีนบุรีและโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผุดเมืองสุขภาพดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม ภายใต้โครงการ เมดิโคโพลิสเวชนคร พร้อมปักหมุดเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ เตรียมขยายผลสู่บ้านพี่เมืองน้องพระตะบองเสียมเรียบปลายปีนี้

พิมพ์ PDF

 

                เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการลงนามความร่วมมือ ๓ ฝ่าย ระหว่าง ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายอุกฤช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนายแพทย์จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนา Medicopolis (เมดิโคโพลิส) หรือเวชนคร ให้เป็นเมืองสุขภาพที่ให้บริการทางการแพทย์แบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมทั้ง รองรับการขยายตลาดสินค้าและบริการสู่ประเทศเพื่อบ้านในยุคเออีซี ทั้งนี้ เนื่องจากจ.ปราจีนบุรีมีเขตพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชาคือพระตะบองและเสียมเรียบ ที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันดีมายาวนานนับร้อยปี

 

                ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ TCELS กล่าวว่า แนวโน้มจำนวนประชากรผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ หรืออีก ๓๐ ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๐๐๐ ล้านกว่าคน  โดยประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง ๒๗% ของประชากร และด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย กระแสการส่งเสริมสุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทต่อคนในสังคมมากขึ้น   การใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศ โดยนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาผสมผสานกับเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อใช้รักษาโรคร่วมกัน จะช่วยลดต้นทุนในการรักษาและการนำเข้ายาจากต่างประเทศ อีกทั้งยังอาจช่วยพื้นฟูสภาพร่างกายให้หายจากการเจ็บป่วยได้เร็วกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบันอย่างเดียว การลงนามครั้งนี้เพื่อสร้างเวชนครแห่งปราจีนบุรี ให้เป็นศูนย์บริการการแพทย์แบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุและทำให้เป็นเมืองสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ให้บริการกับชาวไทยและชาวต่างชาติ

เบื้องต้น จะเปิดกิจกรรมตลาดนัดสุขภาพไทยกัมพูชา ให้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการทางการแพทย์ไทย และวิทยาการเวชศาสตร์ป้องกันโดยเฉพาะงานด้านการตรวจพันธุกรรม ที่ศูนย์แสดงสินค้ากัมพูชา ในขณะที่ผู้แทนจากกัมพูชาก็จะเข้าร่วมงาน Life Sciences & Bio Investment Asia ๒๐๑๖ ที่จัดขึ้นโดย TCELS เพื่อติดตามเทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ คาดว่าจะเปิดโอกาสให้เห็นมุมมองของ เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและการลงทุนระหว่างกัน

                “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีชื่อเสียงด้านการพัฒนายาสมุนไพรมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับมาตรฐานการผลิตยา GMP/PICs ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีความเข้มงวด เคร่งครัดของสหภาพยุโรป ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้เทียบเท่ากับกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังเป็นสถาบันผลิตบุคลากรทางการแพทย์ สนใจที่จะร่วมดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับอีกด้วย ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่สำคัญในการที่จะก้าวไปสู่การขยายผลสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่กำลังมองหาพันธมิตรในการเชื่อมโยงงานวิจัยด้านสมุนไพรและการพัฒนาการแพทย์องค์รวมรวมถึงการพัฒนาให้เป็นเมืองสุขภาพ”ผอ.TCELS กล่าว

 

                สอดคล้องกับ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่อ้างอิงถึงการคาดการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดว่าในปีพ.ศ. ๒๕๖๘ ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุประมาณ ร้อยละ ๒๐ หรือ ๑๔.๕ ล้านคน จากประชากรทั้งหมด ๗๒.๓ ล้านคน นั่นหมายถึงประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในช่วงปี ๒๕๖๗ – ๒๕๖๘  ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ  ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีความพร้อมในการนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ที่ได้มีการสั่งสมความรู้มาเป็นเวลานานมาใช้ในโครงการเวชนครในพื้นที่ปราจีนบุรี

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ความเสื่อมเป็นสิ่งที่มาคู่กับสุขภาพของผู้สูงวัย ดังนั้นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพคนวัยนี้คือจะต้องให้เป็นผู้สูงวัยที่สุขภาพดีและแข็งแรง  ซึ่งสังคมไทยเรามีจุดแข็งจากองค์ความรู้ดั้งเดิมในเรื่อง “ยาอายุวัฒนะ” มีข้อมูลสนับสนุนมากมายเกี่ยวกับสมุนไพรที่ป้องกันการเสื่อมของร่างกาย  สำหรับผู้สูงวัยที่มีโรคเรื้อรังนั้นก็ควรจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ โดยการฟื้นฟูสุขภาพให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและพึ่งพาตัวเองได้ในโรคพื้นฐาน

                “มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมั่นใจว่าจะสามารถนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ปัจจุบันเพื่อรองรับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ภายใต้การดำเนินงานในโครงการเวชนคร และเราเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาโครงการนี้ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติได้พร้อม ๆ กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขในภาพรวม” เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศรกล่าว


 
ข่าวโดย : ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS)

เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732    โทรสาร 02 333 3834

E-mail :    อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

Tags Medicopolis - TCELS
 

สนช. เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่ “ย่านนวัตกรรมโยธี” นำร่องจับมือสถาบันพยาธิฯ – ดิจิตอล เฮลท์ ดันนวัตกรรมโทรเวชกรรมด้านพยาธิวิทยา

พิมพ์ PDF

 

 

อ่านเพิ่มเติม...
 

ปส. ขานรับถ้อยแถลงนายกฯ เร่งซ้อมแผนฉุกเฉินทางรังสีเชิงบูรณาการ

พิมพ์ PDF

อ่านเพิ่มเติม...
 
หน้า 19 จาก 601
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป