กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน

ข่าวสารหน่วยงาน

รวบรวมข่าวสารประชาสัมพันธ์ และข่าวทั่วไป ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คลอบคลุม ทั้ง ข่าวกิจกรรม ภาพข่าวกิจกรรมของ หน่วยงานในสังกัดกระทรวง

 



ก.วิทย์ฯ จับมือ ก.ศึกษาฯ ผุดชุดซอฟต์แวร์ ช่วยการเขียน เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ทั่วประเทศ

พิมพ์ PDF


    30 มิถุนายน 2559 - กรุงเทพฯ: กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  จัดงานแถลงข่าว “โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการเขียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ แอลดี (Learning Disabilities : LD) โดยบูรณาการ การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยการเขียนในการเรียนการสอน” ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) หน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้พัฒนาชุดซอฟต์แวร์ช่วยการเขียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ พร้อมทั้งร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  นำมาถ่ายทอดความรู้ให้กับครูผู้สอนและนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้ทั่วประเทศไทย ในรูปแบบการจัดค่ายพัฒนาศักยภาพด้านการเขียนสำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้  โดยจำลองสถานการณ์การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนที่มุ่งเน้นและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการเขียนให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่ตอบสนองต่อการเรียนรู้ของนักเรียน โดยมี นางสาวเสาวณี มุสิแดง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานร่วม  ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วมงานดังกล่าว
 

    นางสาวเสาวณี กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีหน้าที่หลักคือ วางแผน ส่งเสริม และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้ก้าวหน้า ตอบสนองกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม  ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ให้มีการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนาประเทศ หรือพัฒนากระบวนการวิจัยให้มีคุณภาพ มีศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศ 
 
   ในส่วนของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯมีกิจกรรมหลายกิจกรรมเพื่อพัฒนาการศึกษาของประเทศ เช่น เรื่อง การเรียนการสอน STEM เป็นต้น  สำหรับการศึกษาพิเศษเพื่อผู้ด้อยโอกาส  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีหน่วยงานในสังกัดที่รับผิดชอบในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ คือ สถาบันเทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ สังกัดศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้ดำเนินการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนพิการในหลายมิติ  เช่น เทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ  เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีเพื่อบริการสาธารณะที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ เป็นต้น   ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แก่คนพิการให้ดำรงชีวิตในสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข  ในด้านการศึกษาสำหรับคนพิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีนโยบายให้ความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในด้านการสนับสนุน การวิจัยพัฒนาเครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก  การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้  เพื่อให้กลุ่มคนที่มีความต้องการพิเศษได้มีแต้มต่อในการศึกษา   เป็นการสร้างโอกาสที่ทัดเทียมกับนักเรียนอื่นๆ   เพื่อเติบโตและเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป 
 

     
   พลเอกสุทัศน์  กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ให้การศึกษาแก่ผู้เรียนทุกคนตั้งแต่ระดับก่อนปฐมวัยจนถึงระดับระดับอุดมศึกษา โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นผู้เรียนประเภทหรือกลุ่มไหน สำหรับกลุ่มนักเรียนด้อยโอกาส กระทรวงศึกษาฯ มีสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาฯ ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นสวัสดิการแก่นักเรียนพิการที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐเพื่อเติมเต็มศักยภาพของนักเรียนเหล่านี้ 
 
   ในกรณีของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาฯ เล็งเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นนักเรียนกลุ่มใหญ่ในโรงเรียนเรียนร่วมที่สามารถพัฒนาศักยภาพให้มีความสามารถทัดเทียมกับเด็กทั่วไปได้เป็นอย่างดี การมีเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกมาเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาความสามารถเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนกลุ่มนี้มาก  กระทรวงศึกษาฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ เนคเทค สวทช. ได้พัฒนาชุดซอฟต์แวร์ช่วยการเขียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องช่วยพัฒนาการเขียนให้กับนักเรียนกลุ่มนี้  ที่ผ่ามมากระทรวงศึกษาฯ ร่วมมือกับ สวทช. ขยายผลการนำซอฟต์แวร์ไปใช้ในโรงเรียนเรียนร่วมที่มีนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้เรียนร่วมได้จำนวน 934 โรงเรียน ในปี 2556-2558  และในปีนี้ ยังจะขยายผลไปจัดกิจกรรมในพื้นที่แต่ละจังหวัดอีก 66 จังหวัดๆ ละ 35 คน รวม 2,310 โรงเรียน  ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 15.44 ของโรงเรียนที่มีนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้เรียนร่วม กระทรวงศึกษาฯจึงมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือ  ซึ่งนอกจาก 66 จังหวัดที่จะได้พัฒนาศักยภาพแก่เด็กที่บกพร่องในการเรียนรู้ในปี2559 นี้แล้ว ในปี 2560 สวทช.ยังจะร่วมมือขยายผลเพิ่มอีก 11 จังหวัดให้ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วทั้งประเทศโดยให้สิทธิกับโรงเรียนโดยไม่จำกัด พร้อมทั้งขอให้มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพราะครูเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญช่วยเหลือเด็กได้ต่อไป
 

      
    ดร.ชฎามาศ กล่าวว่า ปัญหาของนักเรียนที่ บกพร่องทางการเรียนรู้ ทั่วประเทศที่มีมากถึง 316,258 คน คิดเป็น 4.4 % ของนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งปัญหาที่พบในเด็กเหล่านี้ มีหลายรูปแบบ เช่น เขียนหัวกลับ ตัวกลับด้านแบบกระจก หรือกลับบนลงล่าง เขียนลายมือยุ่งเหยิง ไม่สามารถจะอ่านได้ ซึ่งเกิดจากการบกพร่องในสมองที่ไม่สามารถจะแปรผลข้อมูลได้เหมือนคนปกติ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์ จึงต้องใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ช่วยการเขียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
 
       
     ทั้งนี้ในปี 2556 - 2558 ที่ผ่านมา สวทช. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาสำหรับคนพิการ กระทรวงศึกษาฯ จำนวนกว่า 40 ล้านบาท และได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้การใช้งานชุดซอฟต์แวร์ช่วยการเขียน โดยจัดกิจกรรมค่ายพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการเขียน ด้วยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับครูที่ต้องสอนนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน 934 โรงเรียน และในปีนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต มีการขยายผลการนำชุดซอฟต์แวร์ไปใช้ในโรงเรียนในพื้นที่อีก 66 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดสรรงบประมาณเพิ่มอีกกว่า 60 ล้านบาท 
 
     เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สวทช. โดย เนคเทค ได้ผลิตชุดซอฟต์แวร์ช่วยการเขียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน  4 รายการ ได้แก่ 1.โปรแกรมเลือกศัพท์ไทย (Thai Word Prediction) มีคุณสมบัติคือ ช่วยเดาคำศัพท์เป้าหมายและเติมเต็มคำศัพท์ให้สมบูรณ์ พร้อมทั้งเดาคำศัพท์คำต่อไปโดยจะมีรายการคำศัพท์แสดง ผู้ใช้สามารถเลือกคำศัพท์จากการฟังเสียงอ่านได้ 2.โปรแกรมค้นหาศัพท์ไทย (Thai Word Search) มีคุณสมบัติคือสามารถพิมพ์คำศัพท์ใดๆ เพื่อค้นหาคำศัพท์ที่เขียนถูกต้อง โดยโปรแกรมจะแสดงรายการคำศัพท์ที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงเพื่อให้เลือก ผู้ใช้สามารถเลือกคำศัพท์จากการฟังเสียงอ่านได้ 3.โปรแกรมตรวจคำผิดไทย (Thai Spell Checker) มีคุณสมบัติคือช่วยตรวจสอบงานพิมพ์ว่ามีคำที่สะกดผิดหรือไม่  หากพบที่ผิด โปรแกรมจะแสดงว่ามีคำศัพท์ใดบ้างในเอกสารที่อาจจะผิด และแสดงรายการคำที่ถูกต้องให้เลือกพร้อมการอ่านออกเสียง และโปรแกรมพิมพ์ไทย (Thai Word Processor) มีคุณสมบัติพิเศษ ประกอบด้วยฟังก์ชันเลือกศัพท์ไทย ฟังก์ชันค้นหาศัพท์ไทย และฟังก์ชันตรวจคำผิดไทย  นอกจากนี้โปรแกรมพิมพ์ไทยจะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมคือผู้ใช้สามารถเลือกให้โปรแกรมอ่านข้อความได้ในระดับคำ ระดับประโยคและย่อหน้า พร้อมทั้งแสดงแถบสีขณะอ่านออกเสียง 
 
 
     
     สำหรับการดำเนินงานของโครงการนี้ สวทช. และ สพฐ. ร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยภาครัฐ 4 แห่ง เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานการถ่ายทอดความรู้ โดการจัดค่ายพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้ ครอบคลุม 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย 1. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เป็นศูนย์ประสานงานภูมิภาคในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 15 จังหวัด      2. สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นศูนย์ประสานงานภูมิภาค ในพื้นที่ภาคกลาง และพื้นที่ภาคใต้ตอนบน รวม 21 จังหวัด  3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นศูนย์ประสานงานภูมิภาค ในพื้นที่ภาคเหนือ รวม 15 จังหวัด และ 4. มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นศูนย์ประสานงานภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 15 จังหวัด โครงการนี้มีเป้าหมายที่ให้ครูและนักเรียนได้รับการถ่ายทอดความรู้จำนวนทั้งสิ้น 9,240 คน แบ่งเป็น ครู 4,620 คน และนักเรียน 4,620 คน จาก 2,310 โรงเรียน ใน 66 จังหวัด สำหรับครูที่ได้รับการอบรมนี้ จะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับคณะครูในโรงเรียนของตนเอง ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยขยายโอกาส สร้างความเท่าเทียมในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ เพื่อช่วยให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป
      ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สวทช. ร่วมกับ กระทรวงศึกษาฯ มอบงบประมาณการสนับสนุนในการจัดกิจกรรมค่ายการพัฒนาศักยภาพด้านการเขียนสำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางด้านการเรียนรู้ แก่ศูนย์ประสานงานภูมิภาคทั้ง 4 แห่งอีกด้วย
 
ที่มาข้อมูล : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

โทรศัพท์ 0-2564-7000   โทรสาร 0-2564-7001-5 
Call Center 0-2564-8000   E-mail:   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

ภาพข่าวและวีดิโอ : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร ,นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร. 02 333 3728-3732   โทรสาร 02 333 3834

E-Mail:      อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    Facebook : sciencethailand

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 1313 

 

 

 

กระทรวงวิทย์ฯ เตรียมจัดงาน RSP Innovation Day 2016 โชว์ผลงานอุทยานวิทยาศาสตร์ 3 ภูมิภาค ผลักดันธุรกิจนวัตกรรม เพิ่มโอกาสการค้า

พิมพ์ PDF

 

 

 

          กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) โดย สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 3 แห่ง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จัดงาน Regional Science Park (RSP) Innovation Day 2016 เปิดเวทีเผยแพร่ความสำเร็จด้านงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพ รวมถึงแสดงความพร้อมในการให้บริการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในภาครัฐและเอกชน พร้อมมอบรางวัล MOST Innovation Awards 2016 เชิดชูนักวิจัยและผู้ประกอบการที่ใช้บริการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคที่มีผลงานโดดเด่นทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธี ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการแสดงบทบาทภารกิจของ สอว. การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่รับบริการจากอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเพื่อเปิดโอกาสทางการตลาด ตลอดจนได้พบปะกับภาคเอกชนและหน่วยงานของรัฐบาลโดยตรง กิจกรรมการเสวนาและให้คำปรึกษาด้านการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ กิจกรรมพิเศษลุ้นรับของรางวัลและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง มาเรียม B5 และ ว่าน The Voice

 

 

          ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมงานระหว่างวันที่ 9 – 10 กรกฎาคม 2559 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 10.30 – 20.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ดคอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th หรือคุณอุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร.081 984 5500 Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
e-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
Facebook : sciencethailand
Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313
 
 

TCELS เปิดตัว 3 บริษัทสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกติวเข้มตัวต่อตัวกับกูรูด้านการลงทุนในธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ เตรียมจัดต่อปีหน้าเพราะเสียงตอบรับดี

พิมพ์ PDF

 

 

       กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ประกาศผลบริษัทสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่โปรแกรม Mini Mentorship Life Science 2016 เพื่อเปิดโอกาสให้ได้รับการติวเข้มแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้าสู่ธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด
 

             นายกำจร พลางกูร ที่ปรึกษาศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ กล่าวว่า จากความสำเร็จของการจัดงาน สตาร์อัพ ไทยแลนด์ 2016 เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจ ทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจ และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เข้าร่วมงานถึงเกือบ 30,000 คน โดยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพหลัก ในส่วนของ TCELS เข้าร่วมจัดกิจกรรมในงานดังกล่าว และเดินหน้าผลักดันให้เกิดสตาร์ทอัพด้านชีววิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยมองเห็นโอกาสและการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีการแพทย์แห่งอนาคตที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เห็นได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและการแสดงนิทรรศการ ด้านชีววิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ไบโอ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐอเมริกาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มีนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักวิจัย จากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างมากมายในแต่ละปี
 

          น.ส.ทวีพร เกตุอร่าม ผู้จัดการโปรแกรม TCELS กล่าวว่า ด้วยเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว TCELS จึงได้ประกาศรับสมัครบริษัทสตาร์ทอัพ เพื่อคัดเลือกให้เข้าสู่โปรแกรม Mini Mentorship Life Science 2016 หรือ โปรแกรมพี่เลี้ยงที่จะดูแลชี้แนะถึงหนทางสู่การประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพด้านชีววิทยาศาสตร์  โดยมีผู้เชี่ยวชาญในระดับแนวหน้าของโลก มาติวเข้มแบบตัวต่อตัว ถึง 3 เดือนเต็ม ซึ่งแม้จะเป็นการจัดขึ้นครั้งแรก แต่มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้ามาถึง 13 บริษัท โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกให้เหลือ 3 บริษัท เพื่อเข้าสู่โปรแกรมดังกล่าว

“ต้องเรียนว่าทั้ง 13 บริษัทที่สมัครเข้ามา มีความน่าสนใจทั้งสิ้น คณะกรรมการที่คัดเลือกค่อนข้างลำบากใจ เนื่องจากแต่ละบริษัทก็มีความโดดเด่นแตกต่างกัน แต่ด้วยเป็นปีแรกจึงรับได้จำนวนจำกัด สำหรับผู้ได้รับคัดเลือก จะได้เข้ามาเรียนตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นผู้บริหารระดับซีอีโอของบริษัทเวนเจอร์ในระดับแนวหน้าของโลก เป็นเวลา 3 เดือน โดยจะได้ฝึกภาคปฏิบัติ การปั้นธุรกิจแบบรอบตัว การมองตลาดแนวรุก การบริหารความเสี่ยง และยังมีโอกาสได้ฝึกการเจรจาธุรกิจ นำเสนอธุรกิจต่อนักลงทุนเพื่อได้ทั้งที่ปรึกษาและวิธีการ pitching ให้โดนใจนักลงทุนเพื่อขยายบริษัท ให้เข้าลู่แข่งขันระดับอาเซียน และระดับโลกต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทที่พลาดการคัดเลือกในปีนี้ในปีถัดไป TCELS ก็จะมีกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้อีกเพื่อการขยายผลสู่การพัฒนาให้ได้ 8 บริษัท อีกทั้งยังมีกิจกรรม ส่งเสริมอีกมากมายที่จะทยอยออกมา อยากให้ทุกคนคอยติดตามเพราะเราจะจัดอย่างต่อเนื่อง” น.ส.ทวีพร กล่าว

 
            สำหรับบริษัทที่ได้รับคัดเลือกนั้นคือ บริษัท Wynn Global Group นำนาโนเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของกรดไขมัน จนเกิดเป็นยารักษาสิวที่สามารถยับยั้งการเกิดสิวได้ภายใน 24 ชั่วโมง งานวิจัยนี้ได้ศึกษาโดยนักวิจัยคนไทย เริ่มต้นศึกษาจากห้องทดลองที่สหรัฐอเมริกาด้วยทุนสมเด็จพระจางเจ้าสิริกิติ์ 
 
        บริษัท SkinLab Asia ให้บริการติดต่อประสานงานการทดสอบผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม ในอาสาสมัคร โดยใช้กระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และบริการอนุมัติการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมก่อนการวิจัย การทดสอบสารสำคัญที่ใช้ในการผลิตยาและเครื่องสำอางบนเซลล์ผิวหนังสังเคราะห์ (3D Restructured Human Epidermis – RHE)  ในช่วงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทดแทนการใช้สัตว์ทดลอง ที่เริ่มมีกระแสการต่อต้านมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา 
 
          บริษัท Thai Chemical Supplies เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นในการพัฒนาและผสมผสานนวัตกรรมจากธรรมชาติ 100% อย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่ส่งประกวดกับ TCELS คือ ไรซ์ เนเชอรัลแฮร์เซรั่ม และ ไรซ์ เนเชอรัลแฮร์เอสเซนส์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาหลักของผมร่วง และ สร้างผมใหม่ภายใน 2 เดือนซึ่งเป็นงานวิจัยจากข้าวหอมมะลิไทย โดยคนไทย ที่ชนะการประกวดรางวัลนวัตกรรมในเวทีระดับโลก 
 
        ด้านนายดั๊กลาส อับบรัมส์ (Douglas Abrams) ซีอีโอบริษัทเอ๊กซ์ปาร่า จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีบทบาทในการให้คำปรึกษาและกูรู ผู้ชี้แนะและผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพ จนมีบริษัทสตาร์ทอัพออกมาดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า ทั้ง 3 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือก ได้แสดงให้เห็นศักยภาพและทีมบริหารที่แข็งแกร่ง ภายใต้เทคโนโลยีซึ่งเป็นโอกาสทางการตลาด และมีช่องทางที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ ซึ่งในการให้การช่วยเหลือจะไม่หยุดแค่การให้คำปรึกษาในช่วงต้นนี้เท่านั้น แต่จะดูแลติดตามผลหลังจบโปรแกรมอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

เผยแพร่ข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
e-mail :     อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
Facebook : sciencethailand
Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313
 
 

กระทรวงวิทย์ จับมือ ‘หัวเว่ย’ ยักษ์ใหญ่ไอซีทีของจีน ดันเมืองดิจิตอลและสมาร์ทซิตี้ในไทย มั่นใจเกิดได้ใน 3 ปี

พิมพ์ PDF



         ในระหว่างการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน ของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดร.สุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยคณะเจ้าสัวจากประเทศไทย เพื่อชักชวนนักธุรกิจของจีนมาลงทุนในประเทศไทย การเดินทางไปครั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด  ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอซีทีของจีน เพื่อร่วมมือทำวิจัย พัฒนา และสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสมาร์ทซิตี้ รวมถึงวางรากฐานด้านการศึกษาและพัฒนาระบบสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพในเมืองไทย




          รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ เป็นการดำเนินตามแผนงานของ 1 ใน 10 ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล โดยจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้านดิจิตอล ซึ่งไทยมีความพร้อมในหลายมิติ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับตลาดในประเทศและตลาดโลก โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จะร่วมกันจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแบบเปิด หรือ โอเพ่นอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ ที่จะเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านไอซีทีในประเทศไทย อาทิ สมาร์ทซิตี้หรือเมืองอัจฉริยะ อินเตอร์เน็ตออฟธิง ซึ่งเป็นแนวคิดในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อัจฉริยะให้คุยกันได้เองโดยไม่ต้องผ่านคน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ เป็นต้น




        “ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ของไทยจะร่วมวิจัยและพัฒนากับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์ สร้างโมเดลธุรกิจ สร้างนวัตกรรมด้านเครื่องมือและบริการ และพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทยร่วมกัน เพื่อสร้างความเป็นตัวตนของไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ยังร่วมมือกันพัฒนาการศึกษา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบุคลากร และความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมเกี่ยวกับเกษตรกรรม การบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวในอีก 3 ปีจากนี้ไป ตามข้อริเริ่มด้านเศรษฐกิจฐานดิจิตอลและสมาร์ทซิตี้ของไทย ที่จะเป็นฐานการสนับสนุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและคลัสเตอร์ที่รัฐบาลได้วางแนวทางไว้” ดร.พิเชฐ กล่าว


กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

e-mail :     อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Facebook : sciencethailand

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

 

ความสำเร็จ “Startup Thailand 2016” พร้อมลุยระดับภูมิภาค

พิมพ์ PDF

ภาพการจัดงาน“Startup Thailand  2016” เมื่อวันที่ 28 เมษายน-1 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา

 

              ภายหลังกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการจัดงาน “Startup Thailand  2016” เมื่อวันที่ 28 เมษายน-1 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมาพบว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงและบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้โดยงาน Startup Thailand 2016 จัดขึ้นเพื่อระดมผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ของประเทศให้มารวมกัน  โดยการสร้างความตระหนักและการตื่นตัวในการเป็นวิสาหกิจเริ่มต้นที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจและสร้างตลาดใหม่ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการ National Campaign Startup Thailand ขึ้น

    

 

              การจัดงานที่ผ่านมามีผู้ร่วมงานมากกว่า 36,000 คน นับได้ว่ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียที่มีจำนวนคนเข้าชมงานอย่างล้นหลาม มีนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย หน่วยงานต่างประเทศและวิสาหกิจเริ่มต้นมากกว่า 250 บูธ มีการขอคําปรึกษาและขอรับการบริการจากศูนย์บริการร่วมภาครัฐประมาณ 12,000 ราย จนทำให้เกิดการลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเริ่มต้น คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เกิดการรวมตัวของกลุ่มวิสาหกิจเบื้องต้นเป็นครั้งแรกซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของประเทศไทยที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

 

 

 

              และจากความสำเร็จดังกล่าวกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ได้รับไฟเขียวให้จัดงาน Startup Thailand 2016 โดยการกระจายไปในระดับภูมิภาค เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการดำเนินธุรกิจให้ได้รับรู้และมีโอกาสเข้าร่วมกระบวนการพัฒนาการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ กลุ่มนักเรียนอาชีวะที่มีฝีมือ หรือแม้กระทั่งเกษตรกรก็สามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ งานสตาร์อัพจะกำหนดจัดขึ้นใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 5-7 สิงหาคม 2559 สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัด ขอนแก่น ระหว่างวันที 26-28 สิงหาคม 2559 และภาคใต้จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ วันที 16-18 กันยายน 2559  อย่างไรก็ตามกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ดร.พิเชฐ  ดุรงค์เวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การันตีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ส่วนกลางแน่นอน

   

 

ติดตาม ข้อมูลการจัดงาน “Startup Thailand 2016” 3 ภูมิภาค
สอบถาม ได้ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
โทรศัพท์ 02-017-5555 หรือ call center 1313

 

ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732    โทรสาร 02 333 3834

E-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน   Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

 

 

 

 
บทความ อื่นๆ ...
หน้า 18 จาก 601
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป