กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าว งานนวัตกรรมและเทคโนโลยีไทยเพื่อ SMEs
พิมพ์ PDF

 อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ บริษัท กลบ์ กฤษณ์ เอ็นจิเนียริ่งจำกัด ต่อยอดผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)    “ ระบบรมแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) กับผลิตผลเกษตรด้วยการบังคับอากาศแนวตั้ง”  โดยนำไปใช้กับผลลำไยสด  สามารถช่วยยืดอายุลำไยสดได้ถึง 20 วัน  นานขึ้น 3 เท่า ไม่ทิ้งสารตกค้าง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดชมสุดยอดเทคโนโลยีนี้ได้ในโซนเทคโนมาร์ท งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2558 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

     นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญต่อการส่งออก ทำรายได้เข้าประเทศกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี โดยส่งออกในรูปลำไยสดมากที่สุด รองลงมาคืออบแห้ง แช่แข็ง และลำไยกระป๋อง ตลาดส่งออกหลักได้แก่ จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยตลาดจีนและฮ่องกงคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 67 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกลำไยกระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แหล่งปลูกลำไยที่สำคัญคือจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ลำปาง แพร่ และน่าน นอกนั้นปลูกในภาคอื่นๆ เช่น เลย จันทบุรี และสระแก้ว


            วิธีการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวลำไยให้สามารถเก็บรักษาได้นาน ปกติจะใช้วิธีการรมควันผลลำไยด้วยควันกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งจะช่วยรักษาสีของเปลือกลำไย และป้องกันเชื้อรา  ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในลำไยสด ที่ส่งออกเกินกำหนด  สาเหตุอาจเกิดจากห้องรมควันที่ผู้ประกอบการใช้มีการกระจายของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่สม่ำเสมอทั่วห้องรมควัน  ทำให้ลำไยบางส่วนมีปริมาณสารตกค้างที่มากเกินไป และอาจเกิดจากวิธีการรมควันไม่ถูกต้อง ผู้ประกอบการใช้สารกำมะถันในปริมาณมากเกินไป เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาให้นาน ด้วยเหตุนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ กระทรวงวิทยาศาสตรฯ จึงได้ร่วมกับสถาบันบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  นำผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มาต่อยอดโดยใช้กลไกของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ภายใต้แผนงานบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยผนวกองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรม  ความรู้ด้านการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวพืชผล และองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจ จนในที่สุดมีการกระจายเทคโนโลยีไปสู่ผู้ประกอบการอย่างแพร่หลาย สามารถสร้างห้องรมแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่สามารถควบคุมความเข้มข้นและจัดการเรื่องการกระจายตัวของแก๊สในห้องอบให้สม่ำเสมอได้  ลดการใช้กำมะถัน ลดปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถการส่งออกลำไยที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ     

  

            นายวีระพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ลำไยที่ผ่านการรวมควันด้วยวิธีนี้มีคุณภาพสูงและปริมาณสารตกค้างก็ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด   ยืดอายุการเก็บรักษาลำไยให้สดได้ถึง 20 วัน  และเพิ่มมูลค่าให้แก่ลำไย ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถือเป็นการช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ผู้สนใจสามารถชมเทคโนโลยี ห้องรมแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 25 พ.ย. 58 ในโซนเทคโนมาร์ท งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2558 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

สื่อมวลชนสอบถามเพิ่มเติมได้ที่   องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โทร  0-2577-9999

ติดต่อ        กองประชาสัมพันธ์  สำนักพัฒนาธุรกิจและการตลาด  องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  

                คุณพัชร์ชิสา (ปัญญ์) 094-486-5599 / คุณฐาปนี (เก๋ง) 085-772-9955 / คุณสุตานันท์ (กอล์ฟ) 089-499-5531

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2558

คุณสุวรรณา (นา) 081-565-5540 / คุณพัสรา (ต่าย) 087-497-8183 / ดิศราพร  (ปุ๋ย)  T.086-985-6832

อีเมล: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน


เผยแพร่ข่าวโดย: นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

ประสานงานได้ที่ : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
Facebook : sciencethailand 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป