พิมพ์

 “ยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสินค้าผักและผลไม้ไทย รุกส่งออกตลาดโลก”
 


     จากการสุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าผักและผลไม้ เพื่อตรวจหาสารเคมีตกค้างปี 2557 พบว่าสินค้าผักและผลไม้เกินครึ่งหนึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั่วไปตามห้างค้าปลีกและตลาดสดภายในประเทศ มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างเกินมาตรฐานหรือปริมาณสารพิษตกค้าง สูงสุดที่กำหนดในสินค้าเกษตรของไทย มากถึงร้อยละ 46.6 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการสินค้าผักและผลไม้ของไทยอย่างมาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มูลค่าการส่งออกทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศลดลง ดังนั้นโครงการ ITAP สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ลงนามความร่วมมือจัดทำโครงการ “ยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านสินค้าผักและผลไม้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ AEC ด้วย ThaiGAP ” มุ่งพัฒนาศักยภาพ ส่งเสริม และผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยได้รับมาตรฐาน ThaiGAP ที่จะช่วยลดการกีดกันทางการค้าในตลาดยุโรปและรุกการส่งออกเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรของไทยได้ ทั้งนี้มีกลุ่มผู้ค้าปลีก นำร่อง เทสโก้ โลตัส , ท็อป , แม็คโคร , ซีพี ออลล์ และภาคการเกษตรอีกกว่า  30 บริษัท เข้าร่วมโครงการ

 


     นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( สวทช. ) กล่าวว่า จากการร่วมมือในโครงการ   ยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านสินค้าผักและผลไม้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ AEC ด้วย ThaiGAP กับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกันผลักดันระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย หรือ  ThaiGAP  ซึ่งย่อมาจากซึ่งย่อมาจาก Thai Good Agricultural Practice คือการปฏิบัติที่ถูกต้องในการจัดการผลิตทางการเกษตรตามข้อกำหนด ซึ่งเป็นมาตรฐานเอกชนในการจัดการคุณภาพการผลิตผักและผลไม้ที่เน้นความปลอดภัยด้านอาหารแก่ผู้บริโภค และเป็นมาตรฐานระบบการผลิตที่คำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้ปฏิบัติการและสิ่งแวดล้อมในการผลิต รวมถึงยังให้การยอมรับเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล

     หลังจากนั้น ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับเครื่องหมายโลโก้ ThaiGAP พร้อมระบบติดตามพื้นที่การผลิตแบบ QR Code โดยใช้เทคโนโลยี GIS และแผนที่ดิจิตอลแบบ Online เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำระบบติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ และในอนาคตผู้ประกอบการ จะได้รับระบบประกันภัยความรับผิดจากผลิตภัณฑ์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

 


     อย่างไรก็ตามโครงการความร่วมมือ การยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านสินค้าผักและผลไม้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ AEC ด้วย ThaiGAP สามารถช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ เนื่องจากมาตรฐาน ThaiGAP มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติและการตรวจรับรองที่ถูกกว่า จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ต่อไปนี้ประเทศไทยก็สามารถมีสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยและถูกสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สามารถเพิ่มช่องทางการส่งออก เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ถ้าหากประเทศไทยสามารถปรับตัวได้เร็ว ก็จะมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในกลุ่มอาเซียนได้สูง

ผู้ส่งข่าว ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน โดยสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณสรินยา ( 0819886614 ) ผู้ส่งข่าว , ภาพข่าว ชัชวาลย์ ( 083 032 5145  )
เจ้าหน้าที่ประสานงานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร 02 564 7000 ต่อ  71730 , 71727, 71728
 

เผยแพร่ข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

Tags ThaiGAP - ผู้ประกอบการ - สินค้า
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» สวทช. ร่วมกับ สภาหอการค้าฯ เปิดตัวผลสำเร็จ 17 เอสเอ็มอีผักและผลไม้ไทย ที่พร้อมแข่งขันในตลาดเออีซีด้วย ThaiGAP ในงาน THAIFEX2016
» โครงการ สร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ( Startup Voucher )
» โครงการ สร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ( Startup Voucher )
» เริ่มแล้ว Thailand LAB 2014 งานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านเทคโนโลยี เครื่องมือ
» รมว.วท.เิปิดตัวโครงการคูปองนวัตกรรม หนุน SMEs ไทย
» หลักสูตรฝึกอบรมเสริม ศักยภาพด้านดิจิทัลคอนเทนท์ สำหรับคณาจารย์และผู้ประกอบการ
» “วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า.....สร้างคุณภาพสินค้าสู่สากล”