กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าว งานนวัตกรรมและเทคโนโลยีไทยเพื่อ SMEs
พิมพ์ PDF

ดร.สุจินดา   โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ปาฐกถาพิเศษในเวทีเสวนา เรื่อง “วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า  สร้างคุณภาพสินค้าสู่สากล”  เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนากรมวิทยาศาสตร์บริการ  ณ  ห้องประชุม ชั้น 6  อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ  กรมวิทยาศาสตร์บริการ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2552
 

            ดร.สุจินดา  โชติพานิช  กล่าวถึง ความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ว่าปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้า  การเปิดเสรีทางการค้า  วิกฤติการณ์พลังงาน  มาตรการสุขอนามัยเหล่านี้  ก็เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชนและความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม จึงทำให้สินค้าต่าง ๆ เกิดการแข่งขันกันด้วยคุณภาพมากขึ้น เพื่อผลักดันคุณภาพสินค้าไปสู่สากล  จากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วนี้  ทำให้เกิดความมั่งคั่งกับผลิตภัณฑ์  ธุรกิจและความเจริญของประเทศ  ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงล้วนขับเคลื่อนสู่การพัฒนาไปสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้  ต้องใช้ความรู้ในการขับเคลื่อนในการพัฒนา  ซึ่งความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องเข้าใจถึงองค์ประกอบความรู้ของวิทยาศาสตร์  สินค้าทุกชนิดสามารถตรวจสอบได้  เพื่อให้การผลิตสินค้ามีคุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอ  และทำให้สินค้ามีคุณภาพดีกว่าคู่แข่ง   ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาสร้างฐานความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ให้เข็มแข็งก้าวหน้ามากขึ้น เพื่อจะได้มีความสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี  สามารถสร้างผลกำไรให้กับประเทศได้มากขึ้น

 

           สถานการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้า   การจัดอันดับในระดับสากลของ IMD  เมื่อปี 2550 ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 33  ในปี 2551  ประเทศไทยอยู่อันดับที่  27   ส่วนประเทศที่อยู่ในอันดับสูง ๆ จะเป็นประเทศที่มีความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และมีความเจริญด้านอุสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง  เมื่อเทียบกับประเทศในแถบภูมิภาคเดียวกัน อาทิ  สิงคโปร์  ใต้หวัน  มาเลเซีย  ญี่ปุ่น  อยู่ในอันดับที่ดีขึ้น  แต่หากเทียบกับประเทศอื่นที่เป็นคู่แข่งของไทย  จะเห็นว่าประเทศไทยยังตามไม่ทันเทคโนโลยี  ปัจจัยหลักที่ IMD นำมาใช้ในการประเมิน คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการลงทุนกับต่างประเทศ ด้านการผลิต ด้านสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม  เมื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านวิทยาศาสตร์กับประเทศในภูมิภาค จะเห็นว่าประเทศไทยมีแนวโน้มในการพัฒนาดีขึ้น  ปัญหาสำคัญของการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ของไทย  คือ มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ  ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนามีอยู่เพียง 0.24 เปอร์เซ็น ของ GDP  ส่วนในเรื่องสิทธิบัตรและผลงานตีพิมพ์ของไทยยังต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอยู่มาก  ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในหมวดที่ 5  หมวดที่ 9 มาตราที่ 86  ระบุว่า รัฐต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ  ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาล  ที่ให้ความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

            กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เข้าไปมีบทบาทและดำเนินงานการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม  ได้แก่  การพัฒนาพันธุ์พืช  พันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ   การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การถนอมอาหาร การยืดอายุผลิตภัณฑ์  พลังงานทดแทน ไบโอดีเซล  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์จากยางพารา  ชิ้นส่วนทางการแพทย์  อีกทั้ง ยังถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีไปสู่การใช้ประโยชน์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้แก่สถาบันการศึกษาที่เป็นเครือข่าย  เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สู่ระดับชุมชน  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ภาคการผลิต  การค้าและการบริการ โดยให้บริการพื้นที่การวิจัย ตั้งศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกตามมาตรฐานโลก ห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือและอุปกรณ์วัดให้ถูกต้องเที่ยงตรง  งานบริการมาตรวิทยา  การบริการฉายรังสีสินค้าการเกษตร การให้บริการตรวจประเมินรับรองระบบคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับของสากล  บริการแสงซินโครตรอนและการสนับสนุนการวิจัยด้านแสงซินโครตรอน   มาตรการจูงใจสนับสนุนธุรกิจการวิจัย   เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับ R&D  การยกเว้นภาษีฯ จากค่าใช้จ่าย R&D   นวัตกรรมดีไม่มีดอกเบี้ย โดยกระทรวงวิทย์ฯ จะเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ยแทน

            ดร.สุจินดา  กล่าวทิ้งท้ายว่า  การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมามีความก้าวหน้าเร็วกว่าเดิม  แต่ยังไม่ทันกับความก้าวหน้าในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว  ดังนั้น   กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมที่จะผลักดัน ทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาคอุตสาหกรรม   ภาคการค้า  เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยเข้าไปช่วยสนับสนุนให้ก้าวหน้ามากขึ้นต่อไป


ผู้เขียนข่าว  :  กมลวรรณ  เอมสมบูรณ์
ผู้ตรวจข่าว  :  หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป