กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish

สนช. ประกาศไทยพร้อมเป็นผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคเอเชีย

พิมพ์ PDF

ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการสัมมนา “Bioplastics Industry Initiatives : Thailand’s Opportunity towards a Regional Bioplastics Hub” จัดโดย สำนักงานนวัตแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย   โดยมี ดร. มาร์ค  เวอร์บลัคเก้น ประธานกรรมการบริหารบริษัท เนเจอร์เวิร์ค จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพที่ใหญ่ที่สุด ให้เกียรติมาแลกเปลี่ยนข้อมูลแนวโน้มอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ทั้งด้านเทคโนโลยีและการตลาด  ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและต่างประเทศ ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2552

 

 

 

 

                ดร. คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้พลาสติกชีวภาพถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ชิ้นส่วนยานยนต์ และเกษตรกรรม  โดยขณะนี้ ภาคเอกชนเริ่มมีการลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ พลาสติกชีวภาพเพิ่มมากขึ้น  จึงมีโอกาสทางการตลาดที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย  และจะเห็นได้ว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพให้เกิดขึ้นนั้นจำเป็นต้อง อาศัยนวัตกรรมเป็นเครื่องมือที่สำคัญ  ประเทศไทยมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการจะเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพ  แม้ว่าขณะนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น  แต่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยเฉพาะ สนช. ก็พร้อมจะสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย  ภายใต้แผนที่นำทางแห่งชาติที่ได้จัดทำขึ้น  เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีการ ผลิตในระดับอุตสาหกรรม  ให้ทันต่อกระแสความต้องการของตลาดโลก และเป็นการสร้างศักยภาพให้เกิดความสามารถในการแข่งขันจากข้อได้เปรียบของ ประเทศ  ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่ของไทย  ไม่เพียงแต่เฉพาะพลาสติกชีวภาพเท่านั้น  แต่ยังรวมถึงธุรกิจเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยมีศักยภาพ
                ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  กล่าวอีกว่า  ประเทศไทยมีความพร้อมในด้านทรัพยากรที่จะใช้ผลิตพลาสติกชีวภาพ  เนื่องจากไทยมีพืชที่สามารถผลิตพลาสติกชีวภาพได้หลายชนิด อาทิ ข้าวโพด  มันสำปะหลัง  อ้อย รวมถึงกากน้ำตาล  และบริษัท เนเจอร์เวิร์ค จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพรายใหญ่ที่สุดในโลก  ได้เดินทางไปดูความพร้อมของประเทศจีน  มาลาเชีย  และไทย  เพื่อพิจารณาตั้งโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพขนาดใหญ่แห่งที่ 2   กำลังการผลิต 1 แสนตัน  ซึ่งภาคเอกชนของไทยก็พร้อมที่จะร่วมลงทุนในการตั้งโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ ดังกล่าว   หากบริษัท เนเจอร์เวิร์ค เลือกมาตั้งโรงงานที่ประเทศไทยจะทำให้เกิดการสร้างงาน  สร้างเงินให้กับประชาชน รวมถึงเกษตรกรจำนวนมากด้วย 
                ด้าน ดร. ศุภชัย  หล่อโลหการ  ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า  สนช. ได้มุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในสาขาอุตสาหกรรม เศรษฐนิเวศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชองแผนที่นำทางแห่งชาติ (National Roadmap) การพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ระหว่างปี พ.ศ. 2551-2555  ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณจำนวน 1,800 ล้านบาท เพื่อให้อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพเป็นอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตของประเทศไทย  นับเป็นก้าวย่างสำคัญในการพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมไทย  เพื่อสร้างนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเพิ่มมูลค่าใหม่ที่สูงมากให้แก่ภาค เกษตรกรรมไทย  พร้อม ๆ กับการก่อเกิดอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับกระแสความ ห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมโลก
                แผนที่นำทางแห่งชาติสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทยที่ได้พัฒนาขึ้นประกอบ ด้วยกลยุทธ์การดำเนินงาน 4 ด้าน ในระยะเวลา 5 ปี ได้แก่ กลยุทธ์ที่ 1 การสร้างความพร้อมด้านวัตถุดิบชีวมวล  กลยุทธ์ที่ 2 การเร่งรัดและสร้างเทคโนโลยี  กลยุทธ์ที่ 3  การสร้างอุตสาหกรรมและธุรกิจนวัตกรรม  และกลยุทธ์ที่ 4  การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน  ซึ่งคาดว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้แผนที่ นำทางฯ นี้ใน 3 ด้าน คือ 1. เชิงเทคโนโลยี ได้แก่ การมีเทคโนโลยีการผลิตพลาสติกชีวภาพของประเทศขึ้นเอง  และเกิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 500 ล้านบาท  2. เชิงธุรกิจอุตสาหกรรม  ได้แก่ การเกิดธุรกิจอุตสาหกรรม โดยมีมูลค่าการลงทุนถึง 3,000 ล้านบาท และทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์สูงถึง 1,500 ล้านบาท และ 3. เชิงสิ่งแวดล้อม เน้นการตระหนักถึงการใช้พลังงานชีวภาพเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  เกิดค่านิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และลดปัญหาขยะพลาสติก  หรือปัญหาที่เกิดจากมลพิษในการเผาขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ถึง 500 ล้านบาท
                ทั้งนี้  เพื่อให้เกิดการขยายผลในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของประเทศไทยอย่าง ต่อเนื่องในด้านความสามารถในการผลิต  ความพร้อมของเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานพันธมิตรจากต่างประเทศ จึงมีความจำเป็นที่จะได้รับการผลักดันอย่างเร่งด่วน  ซึ่งนอกเหนือจากบริษัท เนเจอร์เวิร์ค จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้ว  ยังมีกลุ่มบริษัทที่สนใจในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพจากประเทศญี่ปุ่น  และสหพันธรัฐเยอรมนี อีกด้วย  โดย สนช. พร้อมจะสร้างความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรใหม่ ๆ ทั้งการลงทุนด้านงานวิจัยและการสร้างธุรกิจ  เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคเอเชีย อย่างแท้จริง

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป