กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish

ปส. เปิดบ้านต้อนรับ ดร.พิเชฐฯ เยี่ยมชมและติดตามผลการปฏิบัติราชการของสำนักงานฯ

พิมพ์ PDF

     

     6 กุมภาพันธ์ 2558 ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อนสันติ (ปส.) ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณะ ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมและติดตามผลการปฏิบัติราชการของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) โดยมี ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อนสันติ และคณะผู้บริหาร ปส. ให้การต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติราชการของสำนักงานปรมาณูเพื่อนสันติ

 
     สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เป็นส่วนราชการ สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นหนึ่งในองค์กรที่เป็นเลิศด้านการกำกับการใช้พลังงานปรมาณูในอาเซียน ในการพัฒนากฎหมาย และเสนอแนะนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานปรมาณู ที่นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งคอยกำกับดูแลความปลอดภัยจากการใช้พลังงานปรมาณูให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยส่งเสริมการสร้างขีดความสามารถและความเข้มแข็งในการวิจัยและพัฒนาด้านกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู พร้อมกับประสานงานและดำเนินการด้านพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศด้านพลังงานปรมาณู และเผยแพร่ความรู้สร้างการมีส่วนร่วมด้านความปลอดภัยจากการใช้พลังงานงานปรมาณูให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ปส.มีประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1. การผลักดันนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานปรมาณูของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 2. การพัฒนาสมรรถนะและประสิทธิภาพระบบกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู ยุทธศาสตร์ที่ 3. เสริมสร้างการบริหารจัดการและการบริการที่ดีขององค์กร ยุทธศาสตร์ที่ 4. การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ  ยุทธศาสตร์ที่ 5. การส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการสร้างความตระหนักเชิงรุกด้านพลังงานปรมาณู
     ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ปส. เป็นหน่วยงานที่เป็น Regulator โดยมีงานวิจัยและพัฒนาที่แยกออกจากกันไม่ได้ ซึ่งงานวิจัยและการพัฒนาจะต้องมีความก้าวล้ำ ในด้านของพระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ ปส. เป็นนโยบายที่ควรผลักดันบนพื้นฐานความสมบูรณ์และถูกต้อง จึงควรนำเข้าคณะกรรมการบริหารงานของ ปส. ให้เร็วที่สุด   ทั้งนี้ บทบาทของ ปส. ถือว่าเป็นองค์กรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศในการกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู ซึ่งสิ่งที่ต่างประเทศให้ความสนใจคือ climate change โรคระบาด การก่อการร้าย และ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ ปส. 
     นอกจากนี้ องค์กรจะดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรเป็นสำคัญ จึงควรมีการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรกับประเทศอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เนื่องจากมีภารกิจที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์รังสีในด้านอาหาร ด้านการแพทย์ การตรวจสอบด้านความปลอดภัยต่างๆ การเฝ้าระวัง การควบคุม การนำเข้า ฯลฯ โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนการดำเนินการทุกด้านอย่างเต็มที่ต่อไป
     ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อนสันติ กล่าวถึงการดำเนินการและนโยบายที่กำลังผลักดันว่า ปส. กำลังดำเนินการผลักดันนโยบายแผนและพัฒนายุทธศาสตร์ของประเทศจากโครงการต่างๆ อาทิเช่น โครงการอาคารปฏิบัติการด้านนิวเคลียร์ โครงการพัฒนามาตรวัดรังสีทางชีววิทยาของประเทศ โครงการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ทางนิวเคลียร์และรังสี โครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณูในอาเซียน พร้อมกับจะขยายแหล่งการเรียนรู้จากโครงการสร้างความตระด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ การส่งเสริมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับนิวเคลียร์ และมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติ และนโยบาย 3 S ที่ ปส.ต้องการผลักดันให้ประสบความสำเร็จนั้น คือ safety security และ safeguard 
 
     ในส่วนของการดำเนินงานที่ยังเป็นปัญหาและอุปสรรคของ ปส. คือ ยังมีปัญหาและอุปสรรคในด้านกฎหมายด้านพลังงานปรมาณูที่ล้าสมัย ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ไม่มีนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานปรมาณูของประเทศเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างมีระบบ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในเขตจตุจักรระหว่าง ปส. กับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องภายใน และการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนอกกระทรวงที่ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน และการมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (Research Reactor) ตัวใหม่ ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งสำคัญที่ควรจะมีการส่งเสริมเพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวที่อยากให้รัฐบาลพิจารณาซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คุ้มกับการลงทุนไม่น้อย ดังนั้น จึงควรส่งเสริมรวมถึงถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานดังกล่าว ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการต่อยอดความรู้ทางด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
     นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีและคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยทางรังสี ชมห้องปฏิบัติการวัดรังสีมาตรฐานทุติยภูมิ พร้อมกับชมรถปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยทางรังสีและรถปฏิบัติการระงับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี 

ข่าวโดย : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์
ภาพข่าวโดย : นางสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์ และ นายรัฐพล หงสไกร
ข่าวโดย : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์
ภาพข่าวโดย : นางสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
e-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
Facebook : sciencethailand

 
 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป