กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก หน้าหลัก

รมว.วิทย์ฯ เป็นประธานงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและรุ่นใหม่ ปี 53

ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี พ.ศ. 2553 จัดโดย มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ศ.ดร.ยงยุทธ  ยุทธวงศ์  ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ศ.ดร.ยอดหทัย  เทพธรานนท์  ประธานกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ร่วมในงาน  ณ โรงแรมสยามซิตี้  กรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันที่  18 สิงหาคม 2553


               ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวแสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและรุ่นใหม่ฯ ว่า  ในโลกปัจจุบันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน  และการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าในทุกมิติ  และนับวันก็จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น  ดังนั้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการสร้างและพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ซึ่งรวมถึงการสร้างทักษะและความรู้ของบุคลากรทางการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนการยกย่องเชิดชูการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จึงเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการยกระดับความสามารถ  ผลงาน  นวัตกรรม ซึ่งจะสามารถนำไปสร้างมูลค่า  สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศได้อย่างจริงจัง  
               ผมมีความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดว่านักวิทยาศาสตร์และครูวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลที่ผ่านการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิจนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทุกท่าน  ล้วนเป็นบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันทรงคุณค่าของชาติ  และจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต  ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ผมขอแสดงความชื่นชมยินดีและภาคภูมิใจที่นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่  นักวิทยาศาสตร์อาวุโส และครูวิทยาศาสตร์ทุกท่าน  ที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  เพื่อรับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรติและทรงคุณค่า เมื่อวันที่ 9  สิงหาคม พ.ศ. 2553  ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อทางวิทยาศาสตร์และแวดวงวิทยาศาสตร์  ผมขอขอบคุณมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ  สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ  และทุกฝ่ายทุกองค์กรที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคนไทย  และได้ทำให้วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  ซึ่งการยกย่อง  เชิดชู ให้กำลังใจ  แก่บุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วยการให้รางวัลนั้น  จะทำให้สังคมวิทยาศาสตร์เป็นที่น่าสนใจและจะทำให้เด็กและเยาวชนเห็นคุณค่า  เห็นความสำคัญของนักวิทยาศาสตร์  นักวิจัย และจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เพื่อให้เติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและสามารถสร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรม  ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต
               ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยอดหทัย  เทพธรานนท์  ประธานกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น กล่าวว่า  แนวปฏิบัติในการคัดเลือกนักวิทยาศาสตร์ผู้สมควรได้รับรางวัลนี้ใช้วิธีการเสนอชื่อและสรรหาผู้สมควรได้รับรางวัลโดยไม่มีการสมัคร  เกณฑ์การพิจารณาคำนึงถึงมวลงานที่สะสมต่อเนื่องโดยพิจารณาทั้งด้านคุณภาพและปริมาณของผลงานวิจัยที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานในระดับแนวหน้าที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเคร่งครัดและเป็นที่ยอมรับ  และคณะกรรมการฯ ยังได้พิจารณาคุณสมบัติส่วนบุคคลในด้านการอุทิศตนเพื่องานวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง  มีความประพฤติเป็นที่น่าเคารพนับถือ  และมีลักษณะเป็นผู้นำทางวิชาการ  เหมาะสมที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างนักวิทยาศาสตร์ที่ดีงาม  
               ในการสรรหานักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2553  คณะกรรมการฯ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิให้เสนอชื่อของนักวิทยาศาสตร์ไทย  และนำรายชื่อของผู้ที่อยู่ในข่ายการพิจารณาและรายชื่อนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในลำดับสูงของการพิจารณาเมื่อปีก่อนเข้าสมทบด้วย  ในที่สุดคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น  ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ยกย่อง  ศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร.ประเสริฐ  เอื้อวรากุล  และนายแพทย์ วิศิษฏ์  ทองบุญเกิด  เป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น  ประจำปี พ.ศ. 2553  และยังมีมติให้ ดร.เครือวัลย์  จันทร์แก้ว  ดร.ชนากานต์  พรมอุทัย  ดร.บรรจง  บุญชม  ดร.วีระวัฒน์  แช่มปรีดา  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สอาด  ริยะจันทร์ และ ดร.อุรชา  รักษ์ตานนท์ชัย  เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2553

 

 


ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
         โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728  โทรสาร 02333 3833

 

พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4

เช้าวันนี้ (18 สิงหาคม 2553) เวลา 09.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” เนื่องใน “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ โดยมี นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและแขก ผู้มีเกียรติ รอรับผู้แทนพระองค์
 


       เมื่อปี พ.ศ. 2409  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณและพยากรณ์ว่า ปีมะโรง พ.ศ. 2411 วันอังคาร ขึ้น  1  ค่ำ เดือน 10  ตรงกับวันที่  18  สิงหาคม พ.ศ. 2411  จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคามืดหมดดวง จะเห็นได้ชัดที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ซึ่งทรงพยากรณ์ล่วงหน้าถึง 2 ปี  โดยไม่มีหลักฐานการคำนวณจากประเทศตะวันตก  และเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 อันเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทย  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ตลอดจนบรรดาผู้มาเข้าเฝ้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  ต่างเฝ้ารอคำพยากรณ์จากการคำนวณทางดาราศาสตร์  ในตอนแรกไม่มีผู้ใดแลเห็นสุริยุปราคาตอนเริ่มจับ พระองค์ทรงพยากรณ์ไว้ว่า คลาสเริ่มจับเวลา 10.04 น. รอจนถึง 10.16 น. คลาสเริ่มจับมากขึ้นทุกที ท้องฟ้าที่สว่างเริ่มมืดสลัวลง  จนถึงเวลา 11.20 น. ท้องฟ้ามืดลงจนมองเห็นดวงดาว  คลาสจับเต็มดวงเมื่อเวลา 11.36 น. 20 วินาที  ท้องฟ้ามืดจนเป็นเวลากลางคืน นับเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงตรงตามเวลาที่พระองค์ทรงคำนวณพยากรณ์ไว้ทุกประการ  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำประเทศไทยเข้าสู่ยุคของวิทยาศาสตร์มาแต่บัดนั้น  ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศสยามในขณะนั้น มีศิลปะวิชาการ  การใช้ข้อมูล  การวิเคราะห์ด้วยหลักวิชาการและการพยากรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์  
 


        วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้จัดให้มีพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์  ซึ่งประดิษฐานเด่นเป็นศรีสง่า  ถือเป็นศูนย์รวมใจของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนข้าราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า  ซึ่งได้พร้อมใจกันมาวางพานพุ่มถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ  สถานที่แห่งนี้อยู่เป็นนิจ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการวิทยาศาสตร์ไทยและประเทศชาติ นับอเนกประการ  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 14  เมษายน 2525 เทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4  เป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”  และกำหนดให้วันที่18  สิงหาคม ของทุกปีเป็น  “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ”  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน


        นอกจากนี้  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ  และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจัดมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2553 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิดพัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์” ระหว่างวันที่ 7–22 สิงหาคม 2553  ณ ไบเทค บางนา  ภายในงานประกอบ ด้วยนิทรรศการที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”  นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย”  และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”  รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงนำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยในปัจจุบัน และนิทรรศการหลักที่ให้ความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคม โดยจัดแสดงและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประกอบด้วยวิกฤติโลก (4D Simulator) ความหลากหลายทางชีวภาพ แสงและเลเซอร์ นิติวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเพื่อผู้พิการ อาหารและสุขภาพ โลกดิจิตอล หุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีอัตโนมัติ และลานกิจกรรมสำหรับเยาวชน หลากหลายองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มากกว่า 150 หน่วยงาน เต็มพื้นที่ไบเทค
 


เขียนข่าวโดย : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร, นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพข่าวโดย : นางสาวสุนิสา ภาคเพียร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์  สำนักบริหารกลาง โทร.0 2333 3700 ต่อ 3728และ3732

 


 

 

รมว.วท. เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมประชาพิจารณ์ฯ

ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รมว.วท. เป็นประธานกล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง นโยบายการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ณ ห้องแกรนด์ ไดมอลด์ บอลรูม ฮอลล์9 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทอง

 

         วันนี้ (17 สิงหาคม 2553)  เวลา 09.10 น.  ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม  ฮออล์ 9  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  จ.นนทบุรี   ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานและปาฐกถาพิเศษ  เรื่อง นโยบายการวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน  ในการประชุมประชาพิจารณ์ร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2555 2559)

 

ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า  เรื่องสำคัญที่จะกล่าวในวันนี้ มี 2 เรื่อง  คือ ทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องการวิจัย  และทำอย่างไรที่จะสามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการทำวิจัย 

การทำให้เกิดการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม  ต้องดูว่าโจทย์คืออะไร เพื่อเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อยและครอบคลุม 4 เรื่องหลักใหญ่ คือ  1. โครงการพระราชดำริ   อย่างเรื่อง น้ำ ดิน ป่า  จะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะพระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย  พระองค์ได้เสด็จไปทุกหนทุกแห่งของประเทศไทย พบปัญหาของพี่น้องประชาชน  พระองค์ทรงใช้กระบวนความคิดทางด้านวิทยาศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา  ซึ่งสุดท้ายแล้วนำไปสู่โครงการพระชาดำริต่างๆ ตรงนี้คือโจทย์ใหญ่ของประเทศ ที่เราจะกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศต่อไปอย่างไร  2. นโยบายสำคัญและเร่งด่วน  รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  มุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่อง สวัสดิการ  การพัฒนาคุณภาพชีวิต   3. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   ถ้าจะกล่าวถึงในเรื่องเศรษฐกิจ  ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเชิงสร้างสรรค์ทั้งด้านสังคม  ด้านสถาปัตยกรรมทางสังคมใหม่เป็นตัวหลัก   จะทำอย่างไรให้โจทย์ที่มีเป็นไปตามกระแสของโลกและให้ประโยชน์กับประเทศไทย  4. ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากการงานวิจัย 

 

ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล   กล่าวต่อว่า  เมื่อเรามาดูโจทย์ใหญ่ๆของประเทศและจัดลำดับความสำคัญแล้วว่าจะต้องทำเรื่องใดก่อนหรือหลัง   สิ่งที่เราต้องดูกันต่อไป คือ การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยในทุกระดับ  ทุกสาขา  ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยอยู่จำนวนมาก แต่เราสามารถที่จำแนกได้คือ หน่วยงานด้านนโยบาย   ที่จะคอยประสานงานให้นโยบายไปในทิศทางเดียวกัน  หน่วยงานด้านการให้ทุนสนับสนุน  มีหลายหน่วยงานและเริ่มมีแนวทางชัดเจนยิ่งขึ้น โดยที่ทุกๆ 2 3 เดือน  สวทน. จะทำหน้าที่ในการสร้างเวทีให้หน่วยงานต่างๆมาพบปะพูดคุยสร้างความเข้าใจ  เป็นก้าวแรกที่จะทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้นต่อไป   หน่วยงานด้านการปฏิบัติการ    และผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ใช้ประโยชน์ในงานวิจัย  ซึ่งไม่ว่าจะกล่าวถึงโจทย์ใหญ่ของประเทศก็ดี  หรือจะบูรณาการการทำงานของเราอย่างไรก็ดีนั้นมองได้เป็นเหรียญสองด้าน  ด้านแรกคือการบูรณาการงานวิจัยร่วมกันให้เป็นเอกภาพ  ทำให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  เหรียญอีกด้านคือการนำประโยชน์จากการวิจัยไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่  ด้วยยุคสมัยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก   แต่เดิมหน่วยงานใดที่มีความรู้ความสามารถก็จะทำวิจัยอย่างเต็มที่  แต่ไม่ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้  ซึ่งต่อไปต้องร่วมกันคิดร่วมกันทำให้งานวิจัยเหล่านี้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่และสามารถจับต้องได้

 

อนึ่ง  การจัดประชุมประชาพิจารณ์ร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2555 2559) ครั้งนี้   เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกกระทรวง ภาคเอกชน องค์กรวิจัย ท้องถิ่น  ภาคีเครือข่ายการวิจัยทุกภาคส่วนของประเทศ   เพื่อให้มีความสมบูรณ์และเชื่อมโยงในมิติยุทธศาสตร์ของกระทรวงและหน่วยงาน (Function)  ยุทธศาสตร์พื้นที่  (Area)  และยุทธศาสตร์เฉพาะของรัฐบาล  (Agenda)  มีความครอบคลุมตรงประเด็นตามความจำเป็นและศักยภาพของประเทศ  ชี้ทิศทางการวิจัยของประเทศได้อย่างถูกทิศทาง  ทำให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคที่จะเป็นประโยชน์ในการผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติฯ สู่การปฏิบัติต่อไป   โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประชาพิจารณ์จากหน่วยงานในระบบวิจัยของประเทศ หน่วยงานราชการ  ภาคเอกชน  ภาคประชาชน ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประมาณ 800 คน

 

 

ผู้เขียนข่าว : นางสาวอุษา  ขุนเปีย   

ถ่ายภาพโดย : นายชัชวาลย์  โบสุวรรณ

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์   โทร. 0 2333 3700  ต่อ 3732

 

 

 

 

 

 
บทความ อื่นๆ ...
หน้า 3 จาก 156

คลังภาพกิจกรรม คลังวิดีโอ ข่าวตัดหนังสือพิมพ์ งานวิจัยใช้ได้จริง


Callcenter 1313
 

สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)

สำรวจความพึงพอใจ

ความพึงพอใจของการเข้าใช้บริการเว็บไซต์
 

ติดตามชมวิดีโอกระทรวง คลิกที่นี่

เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์

GINFO GINFO Smart job Centere-Governmentจดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน

1111 and 1155 thailand move forward thailand move forwardสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์

หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป