กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก หน้าหลัก

กรมวิทยาศาสตร์บริการมอบหนังสือรับรองความสามารถห้อง Lab 7 แห่ง

นายเกษม พิฤทธิ์บูรณะ   อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานในการมอบหนังสือรับรองความสามารถ ห้องปฏิบัติการทดสอบ(Lab)  7 แห่ง  เพื่อสร้างความเข้มแข็งการทดสอบสู่มาตรฐาสากลตามมาตรฐาน  ISO/IEC 17205   ให้แก่  1. ห้องปฏิบัติการ จักรมาร์ติน  บริษัท จักรมาร์ติน อินเตอร์วิรอนเทค จำกัด  2.  บริษัท สยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร จำกัด (มหาชน)  3. ห้องปฏิบัติการทดสอบ บริษัท เอส.พี.เอส. คอนซัลติ้ง เซอร์วิส จำกัด   4. ห้องปฏิบัติการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 สระบุรี   5. ห้องปฏิบัติการ ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล   6. ห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำจืด กรมประมง   7. บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาเชียงใหม่  วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2553  เวลา 9.30 - 11.30 น.  ณ  ห้องประชุมชั้น 6 อาคารตั้ว  ลพานุกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ   กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

 


            นายเกษม   พิฤทธิ์บูรณะ   กล่าวว่า    การได้รับการรับรองของห้อง Lab  ทั้ง  7  แห่งนี้  แสดงถึงความสำเร็จที่ได้มาจากความมุ่งมั่นที่จะจัดทำระบบบริหารงานคุณภาพ  การให้ความสำคัญ ความร่วมมือ  ความเชี่ยวชาญ  ในการจะพัฒนางานทดสอบสู่มาตรฐานที่อ้างอิงได้ตามมาตรฐานสากล    จะทำให้ได้รับการยอมรับร่วมจากนานาประเทศ  ส่งผลในการสร้างความสามารถและความเข้มแข็งแก่ห้อง Lab  ภายในประเทศ   เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการผลิตการค้า และการให้บริการภาครัฐของไทย   ทำให้สามารถส่งมอบสินค้าในตลาดโลกและได้รับความเชื่อถือ  เกิดความสะดวก  และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการที่ไม่ต้องตรวจสอบซ้ำ 


             ห้องปฏิบัติการที่จะรับมอบหนังสือรับรองในวันนี้ จำนวน 7 ห้องปฏิบัติการ ได้แก่             
    1.ห้องปฏิบัติการ จักรมาร์ติน บริษัทจักรมาร์ติน อินเตอร์วิรอนเทค จำกัด   ดำเนินธุรกิจด้านนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่ายชุดทดสอบสำเร็จรูป สำหรับวินิจฉัยโรคสัตว์ สำหรับตรวจหาสารพิษในอาหารคนและอาหารสัตว์ รวมทั้งให้บริการวิเคราะห์ทดสอบด้วยชุดทดสอบสำเร็จรูป  ได้ยื่นขอการรับรองความสามารถ Lab  เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรอง ความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC17025:2005 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553 ในรายการทดสอบ  Aflatoxin ,  Zearalenone, Deoxynivalenol, T-2 toxin ,Fumonisin และ Ochratoxin A ในอาหารสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์
       

    2. บริษัท สยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร จำกัด (มหาชน)  ดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ผลไม้บรรจุกระป๋อง น้ำผลไม้ปลอดเชื้อ และผลิตภัณฑ์จากผลไม้อื่นๆ    ห้องปฏิบัติการฯของบริษัทมีหน้าที่ทดสอบเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยให้บริการทั้งลูกค้าภายในและภายนอก ห้องปฏิบัติการฯ ได้ยื่นขอการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552   ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรอง ความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC17025:2005 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553ในรายการทดสอบ Total plate count และ Coliform ในผลิตภัณฑ์ผลไม้บรรจุกระป๋อง น้ำผลไม้ปลอดเชื้อ และน้ำ

    3.ห้องปฏิบัติการทดสอบ บริษัท เอส.พี.เอส. คอนซัลติ้ง เซอร์วิส จำกัด   ดำเนินงานเป็นที่ปรึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อม  ห้องปฏิบัติการทดสอบ บริษัท เอส.พี.เอส.คอนซัลติ้ง เซอร์วิส จำกัด  ให้บริการทดสอบทั้งภายในสถานที่ตั้งถาวรและนอกสถานที่ โดยตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำ  ดิน อากาศ  และเสียงด้วยการทดสอบทางเคมีและทางกายภาพตามที่ลูกค้าร้องขอ    ได้ยื่นขอการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2552  ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตาม มาตรฐาน ISO/IEC17025:2005 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553 ในรายการทดสอบซีโอดีของน้ำและน้ำเสีย  รายการทดสอบระดับเสียง  และสารอินทรีย์ระเหยง่ายในอากาศ ในสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการ

    4.ห้องปฏิบัติการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 สระบุรี  เป็นหน่วยงานของรัฐบาลภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เฝ้าระวังมลพิษสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ห้องปฏิบัติการได้ยื่นขอการรับรองความสามารถ ต่อสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2552ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ ตามมาตรฐาน ISO/IEC17025:2005 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553  ในรายการทดสอบทองแดง และเหล็กในน้ำผิวดิน

    5.ห้องปฏิบัติการ ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล   มีหน้าที่ผลิตสัตว์ทดลองรวมถึงผลิตชีววัตถุ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ทดลองเพื่อบริการให้กับหน่วยงานวิจัยทั้งภาค รัฐและเอกชน ห้องปฏิบัติการฯมีหน้าที่ให้บริการทดสอบแก่หน่วยงานภายใน (ฝ่ายผลิต) และลูกค้าจากหน่วยงานภายนอก  ซึ่งได้ยื่นขอการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ  เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2552   ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตาม มาตรฐาน ISO/IEC17025:2005 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553  ในรายการ ทดสอบ Aerobic plate count, Coliforms และ Salmonella spp ในอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป


    6.ห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำจืด กรมประมง   เป็นหน่วยงานหนึ่งของสถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำจืด กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักเกี่ยวกับ การควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์น้ำ และดูแลให้ความรู้ ความเข้าใจกับผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์น้ำในเรื่อง การขออนุญาตผลิต การนำเข้า การขายอาหารสัตว์น้ำ และการขอขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์น้ำที่ได้มีการผลิตและนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย ห้องปฏิบัติการได้ยื่นขอการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2552   ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตาม มาตรฐาน ISO/IEC17025:2005 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553 ในรายการทดสอบ  ความชื้น และโปรตีนในอาหารสัตว์น้ำ


    7.บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาเชียงใหม่   ดำเนินงานด้านการ ทดสอบ ตรวจสอบ และวิเคราะห์สินค้าเกษตรและอาหารเพื่อการนำเข้า ส่งออก และจำหน่ายภายในประเทศ โดยให้บริการลูกค้าทั่วไป ห้องปฏิบัติการฯ ได้ยื่นขอการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552    ได้ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตาม มาตรฐาน ISO/IEC17025:2005  เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553 ในรายการทดสอบ ไขมัน ความชื้น เถ้า และโปรตีนในอาหารสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์

         นางกาญจนา   เข่งคุ้ม  ผู้อำนวยการ  ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล   กล่าวว่า  ศูนย์สัตว์ทดลอง  มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางวิทยาศาสตร์สัตว์ทดลองของประเทศและภูมิภาคในปี 2557   มี  ภารกิจในการสร้างการผลิตวิจัยสัตว์ทดลอง  ห้อง Lab  ที่ได้รับการรับรองครั้งนี้เป็นการตรวจสอบคุณภาพสุขภาพของสัตว์ทดลอง    นับเป็นก้าวแรกแห่งการเปิดศักราชวิทยาศาสตร์สัตว์ทดลองก้าวสู่สากลต่อไปใน อนาคต

                 นายสัณฑพล  พวงเพ็ชร   ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกประกันคุณภาพ บริษัท สยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร จำกัด (มหาชน)    กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ผลไม้บรรจุกระป๋อง น้ำผลไม้ โดยเฉพาะสับปะรด  99 %  ส่งออกต่างประเทศ   เป็นบริษัทที่ส่งออกเป็นอันดับ 1  ของประเทศ  การได้รับการรับรองครั้งนี้เป็นความภูมิใจและดีใจที่หน่วยงานภาครัฐคือกรม วิทยาศาสตร์บริการได้ให้คำแนะนำ  และได้ให้การรับรองทำให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้  โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบซ้ำๆ 


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่งข่าวโดย  ฝ่ายประชาสัมพันธ์   กรมวิทยาศาสตร์บริการ  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เลขที่  75/7 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400  โทร 0 2201-7097-8 
โทรสาร 0 2201-7470    e-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน     http://www.dss.go.th

 

 

ปกท.วท. เป็นประธานงาน Thai Professionals Conference 2010 : Green Thailand

 

ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี  เป็นประธานเปิดการประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ 2553  ในหัวข้อ “Thai Professionals Conference 2010 : Green Thailand” และก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างการอุดมศึกษาไทยและนักวิชาชีพไทยในต่างประเทศ เพื่อแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการเฉพาะสาขาวิชาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2553 จัดโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่ 5  กรกฎาคม 2553
                   ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า  การที่พวกเรามีประชุมกันในวันนี้เพื่อมาพบปะพูดคุยและสร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างนักวิชาชีพในประเทศไทย และนักวิชาชีพในต่างประเทศ  ในเรื่องที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ  เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ  ในรูปแบบต่าง ๆ  เพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ของประเทศไทยเราก้าวได้ว่า ณ วันนี้ ยังไม่เข้มแข็งพอ  เราจะต้องเร่งพัฒนาเพื่อสร้างศักยภาพ  ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของเรากันอีกมาก  ถ้าหากดูจากสถานะภาพการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีของเราในปัจจุบัน  แม้ว่าเราจะมีความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น  โดยเราสามารถที่จะพัฒนาตัวของเราให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม  แต่ถ้าหากเราไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นแล้ว โดยเฉพาะกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน  อาทิ ไตหวัน เกาหลี หรือมาเลเซีย  จะเห็นว่าเรายังถูกทิ้งห่างจากเขามาก  การพัฒนาของเราที่ผ่านมาก้าวหน้าไป แต่ไปอย่างช้าๆ 
                   การสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ  และต้องการหาช่องทางวิธีการที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ในต่าประเทศก็จะเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะสามารถพัฒนาและสร้างความสามารถของเราไปได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์  นักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญสูงในหลายๆ สาขา  ซึ่งความเชี่ยวชาญของท่านไม่ว่าจะเป็นทางด้านสิ่งแวดล้อม  ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  ด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร  ด้านการศึกษา  ด้านพลังงาน  ด้านนาโนเทคโนโลยีและวัสดุ  ด้านธุรกิจการเงิน  และด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ  ซึ่งล้วนจะเป็นประโยชน์ในการที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศ  นอกจากนี้ท่านยังมีเครือข่ายในการทำงานเชื่อมโยงกับองค์กรที่เชี่ยวชาญในต่างประเทศอีกมากมาย  ซึ่งจะช่วยให้เราขยายกรอบความร่วมมือในการทำงานให้กว้างออกไปอีก 
   ในประเทศสหรัฐอเมริกา  แคนาดา  สหภาพยุโรป  ญี่ปุ่น  ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  มีเทคโนโลยีที่ก้าวรุกหน้า  ถ้าหากเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์กรและนักวิชาการเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นโอกาสอันดีในการที่จะพัฒนาในอนาคต  เพื่อนำองค์ความรู้ใหม่ๆ มาสู่การพัฒนาประเทศต่อไป
 

                   ด้าน ดร.วีระพงษ์  แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า  นับแต่ปี พ.ศ. 2534  ได้มีการรวมตัวกันของนักวิทยาศาสตร์ไทยในสหรัฐอเมริกา  แคนาดา ในทวีปยุโรป และญี่ปุ่น  โดยการสนับสนุนของสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จนก่อตั้งเป็นสมาคมวิชาชีพไทยทั้ง 3 แห่ง  ได้แก่ นักวิชาการไทยจากสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (ATPAC) สมาคมนักวิชาชีพไทยในยุโรป (ATPER) และสมาคมนักวิชาชีพไทยในญี่ปุ่น (ATPIJ) นักวิชาการไทยทั้ง 3 สมาคมได้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานในประเทศไทยครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2534  เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีกิจกรรมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพลังงาน  โดยสรุปกิจกรรมที่ดำเนินการเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่  1. การสร้างหลักสูตรและการพัฒนาบุคลากรในระดับอุดมศึกษา  2.  การถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยไปเป็นวิทยากรประชุมสัมมนา ฝึกอบรม  3. การเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานนักวิจัยรุ่นใหม่  และ 4. งานด้านการวิจัยและพัฒนา  
                   ในปี พ.ศ. 2539  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ  ต่อมาจากมูลนิธิดำรง รัตนพิพัฒน์  เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากนักวิชาชีพจากต่างประเทศ  การประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศได้จัดประชุมต่อเนื่องมาโดยลำดับโดยสลับกันจัดในประเทศไทยและในต่างประเทศ  ครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้มีการจัดประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศในประเทศไทย  เมื่อเดือนมิถุนายน 2551  ภายในหัวข้อเรื่อง “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาประเทศ”  
                   การประชุมนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ ประจำปี 2553 ในครั้งนี้  จัดขึ้นในหัวข้อเรื่อง “Thai Professionals Conference 2010 : Green Thailand” และ “ก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างการอุดมศึกษาไทยกับนักวิชาชีพไทยในต่างประเทศ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ  ได้มารับทราบความต้องการจากหน่วยงานประเทศไทย เพื่อที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนาประเทศในด้านเดียวกัน  และนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ  ก็จะได้นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ  และประสบการณ์ที่มีอยู่มาถ่ายทอดให้นักวิชาชีพในประเทศไทยได้ทราบ  รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นความต้องการและเกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตต่อไป    
                   การประชุมระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม2553 มีกิจกรรมดังต่อไปนี้  ช่วงวันที่ 5-6 จะเป็นการประชุมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม  ได้แก่   1.  Greening of Thai Industries  2.  New Topics for EU cooperation  3.   Hard Disk Drive & ATPAC cooperation  4.  Food Safety & Nutraceuticals  5.  Nuclear Energy  และในวันที่ 7 กรกฎาคม2553 เป็นการประชุมในหัวข้อ  “ก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างการอุดมศึกษาไทยกับนักวิชาชีพไทยในต่างประเทศ”  นอกจากนี้นักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศจะได้ไปเยี่ยมหน่วยงานที่สนใจ เพื่อให้คำปรึกษาหารือให้มีความร่วมมือและดำเนินการต่อไปในอนาคต  การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม 330 ท่าน  ประกอบด้วยนักวิชาชีพไทยจากต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) จำนวน 50 คน  และนักวิชาการจากสถาบันอุดมศึกษา ,   กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  สกว. หน่วยงานราชการอื่นๆ และบริษัทเอกชน  รวม 280 คน 

 

"Get the Flash Player" "to see this gallery."

 

ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2333-3700 ต่อ 3728
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail :  pramot@most.go.th
 

 

การพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกร จ.ชุมพร

ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการรกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิด “การอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกร จ.ชุมพร” เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐาน การบริหารจัดการกลุ่มฯ แก่เกษตรกรจังหวัดชุมพร โดยมี นายสุรพล  วาณิชเสนี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  และนางเกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมในพิธี ณ โรงแรมนานาบุรีชุมพร จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2553
              ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการรกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า  วันนี้ผมดีใจที่ได้มาพบปะกับพวกท่าน สิ่งหนึ่งที่ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีเทคโนโลยีที่เรียกว่าเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ก็คือเรื่องปุ๋ย  หน่วยงานหลักที่เราขับเคลื่อนเรื่องปุ๋ยก็คือสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนวทางที่เราจะพัฒนาเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในการที่เราจะนำเรื่องปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี  เราตั้งใจที่จะทำปุ๋ยอินทรีย์ที่มีอยู่ในชุมชน  ไม่ต้องไปหาซื้อมา บางครั้งอาจจะไม่สามารถทำได้ แต่เราต้องการให้ใช้วัสดุดิบจากชุมชน
              การที่มาร่วมสัมมนาในวันนี้  ผมเชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่จะได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถ  สิ่งที่ผมอยากจะหวังเอาไว้ในอนาคตผมจะขอให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยหน่วยงานหลัก คือ วว. ได้ลงมาทำการฝึกอบรมและสัมมนาความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์ให้มากยิ่งขึ้น  และผมก็หวังว่าพี่น้องเกษตรกรที่มาร่วมรับฟังมาร่วมรับความรู้ในวันนี้  จะได้มีโอกาสนำความรู้ที่ท่านได้รับในวันนี้  ไปใช้ในการประกอบอาชีพ  สร้างงาน  สร้างรายได้  และในที่สุดหวังว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น  และนโยบายของกระทรวง วิทยาศาสตร์ฯ จะพยายามนำความรู้มาสู่พี่น้องเกษตรกรคนรากหญ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  และหวังว่าท่านจะได้รับความรู้ที่ท่านต้องการนำไปประกอบอาชีพของท่าน และหวังว่าท่านจะนำความรู้นี้ไปแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ด้วย
              ด้าน นางเกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า  ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้คัดเลือกจังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดนำร่องด้านไบโอเทคโนโลยี และได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินงานสำรวจโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพซึ่งได้รับงบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 43 แห่ง พบว่า  กลุ่มเกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยได้ดี จำนวน 13 กลุ่ม  คิดเป็นร้อยละ 30 ซึ่งสามารถผลิตปุ๋ยได้มากกว่า 50 ตันต่อแห่ง ส่วนที่เหลืออีก 30 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 70 ยังไม่สามารถดำเนินการผลิตได้และปุ๋ยที่ผลิตได้ยังไม่ได้ตามมาตรฐาน  ดังนั้นเพื่อที่จะให้ปุ๋ยที่ผลิตได้ของเกษตรกรตามโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กับจังหวัดชุมพร บรรลุถึงเป้าหมาย  วว. จึงได้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการพัฒนาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกร จ.ชุมพร เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐาน  การบริหารจัดการกลุ่ม  โดยการฝึกอบรมจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน  ส่วนที่ 1 เป็นการบรรยายทางวิชาการโดยมีวิทยากรจาก วว. และวิทยากรจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง  วิทยาเขตชุมพร  และตัวแทนเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการผลิตปุ๋ยจากจังหวัดสงขลาและจังหวัดชุมพรเอง  และส่วนที่ 2 เป็นการฝึกปฏิบัติการผลิตปุ๋ยและการอัดเม็ดปุ๋ย  โดยวิทยากรจาก วว. การสัมมนาในครั้งนี้มีเกษตรกรจากจังหวัดชุมพรเข้าร่วม 200 คน โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการจังหวัดชุมพร อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัด  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง  วิทยาเขตชุมพร  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

 

 


ผู้เขียนข่าว  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โทร. 02333 3700 ต่อ 3728

 

 
บทความ อื่นๆ ...
หน้า 10 จาก 156

คลังภาพกิจกรรม คลังวิดีโอ ข่าวตัดหนังสือพิมพ์ งานวิจัยใช้ได้จริง


Callcenter 1313
 

สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)

สำรวจความพึงพอใจ

ความพึงพอใจของการเข้าใช้บริการเว็บไซต์
 

ติดตามชมวิดีโอกระทรวง คลิกที่นี่

เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์

GINFO GINFO Smart job Centere-Governmentจดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน

1111 and 1155 thailand move forward thailand move forwardสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์

หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป