กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก หน้าหลัก

สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าพบ ท่าน รมว.วท.

คณะกรรมการบริหารสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัดิวัตน์ นายกสมาคม รศ.ดร.กำจัด มงคลกุล อดีตนายกสมาคม พร้อมทั้งคณะ ได้เข้าพบท่าน รมว.วท. เพื่อแสดงความยินดีและหารือแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สังคมและเยาวชน    ณ ห้องพระจอมเกล้า ชั้น 4 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2553

 

ภาพโดย : นายชัชวาลย์ โบสุวรรณ

 

 

ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นำ กก. บริหารโครงการ วมว. เยี่ยมโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย

ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  พร้อมด้วย ผศ. ดร. ฉัตรชัย โชติษฐยางกูร  ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน (โครงการ วมว.)  และคณะกรรมการบริหารฯ เดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย  ซึ่งเป็นโรงเรียนตามโครงการสนับสนุนการจัดห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยมี นายมาณพ  วงษ์คำ  หัวหน้ากลุ่มงานโครงการพิเศษ  โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และคณะครู-อาจารย์ และนักเรียนในโครงการฯ ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย  จังหวัดนครราชสีมา  เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553


                ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า  ในนามของคณะกรรมการฯ ขอขอบคุณโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย  ที่กรุณาสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ช่วยจัดการศึกษาสำหรับเด็กผู้มีความสามารถพิเศษ  และวันนี้ก็ได้กรุณาให้มาเยี่ยมชมการบริหารจัดการของโรงเรียนและการทำกิจกรรมของนักเรียนในโครงการนี้ด้วย  คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่แต่ละแห่งจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์  เพราะโรงเรียนจะประสบความสำเร็จได้  จะต้องมีการจัดการเพื่อให้เกิดคุณภาพ  ยินดีที่ได้มาเห็นและรับทราบผลงานของนักเรียนที่ได้ก้าวไปรับรางวัลระดับชาติ  ขอร่วมแสดงความดีใจกับทางโรงเรียนด้วย  นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้ส่งเสริมกิจกรรมที่หลากหลายให้กับนักเรียนด้วย อาทิ ค่ายธรรมชาติวิทยา ค่ายปฏิบัติธรรมและก่อนเข้า ม. 1 ต้องบวชเรียนก่อน  เป็นการกล่อมเกลาจิตใจให้มีคุณธรรม  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการ วมว. มีความตั้งใจที่จะจัดการเรียนการสอนที่ดี  มีคุณภาพให้กับนักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถพิเศษโดยเฉพาะ  เพื่อปกป้องเขาให้เติบโตเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง  เป็นกำลังของประเทศต่อไป 
                ด้าน ผศ. ดร. ฉัตรชัย โชติษฐยางกูร  ประธานคณะกรรมการบริหารฯ  กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครงการฯ ต้องการที่จะบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นเยาว์ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์  เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โดยมีอาจารย์จากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย  จำนวน 15 คน และจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จำนวน 20 คน ร่วมอยู่ในทีมผู้สอน  รวมทั้งมีนักศึกษามหาบัณฑิตและอาสาสมัครชาวต่างประเทศเป็นผู้ช่วยอาจารย์ผู้สอน
                ผลงานที่ผ่านมาในเรื่องโอลิมปิกวิชาการ  นักเรียนทั้งหมดทั้ง ม.4 และ ม.5 ได้ผ่านเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการค่ายที่ 1 จำนวน 40 คน ค่ายที่ 2 จำนวน 30 คน ผ่านเข้าเป็นตัวแทนระดับประเทศและได้รับรางวัล เป็นสาขาฟิสิกส์ 2 คน เคมี 1 คน ชีวะ 1 คน และคณิตศาสตร์ 1  คน  ซึ่งเด็กจะเก่งทางฟิสิกส์ ทำให้ตัวเลขทางด้านฟิสิกส์สูงกว่าสาขาอื่น ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนที่เข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ จะเป็นเด็กนักเรียนในโครงการ วมว. และผลงานของนักเรียนได้รับการคัดเลือกให้ไปร่วมแสดงผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ Shanghai International Technology Science Expo เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2553  เป็นโครงการนำหญ้าแฝกมาเป็นส่วนประกอบในการทำพลาสติกย่อยสลายได้  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอีกกิจกรรมที่สำคัญคือการเชิญผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มาเล่าให้เด็ก ๆ ได้รับทราบ  เช่น อาจารย์อาจอง  เรื่องนักวิทยาศาสตร์สู่การวิจัยระดับโลก ซึ่งจะมีกิจกรรมเช่นนี้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง  หัวข้อที่กำหนดเป็นการเสนอของนักเรียนว่าสนใจในเรื่องใดจะทำให้นักเรียนได้พบปะกับผู้มีชื่อเสียงในด้านต่าง ๆ โดยห้องเรียนจะใช้ที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  โดย Lab ทดลองใช้ที่มหาวิทยาลัยฯ
                ด้าน นายมาณพ  วงษ์คำ  หัวหน้ากลุ่มงานโครงการพิเศษ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กล่าวว่า  โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ตั้งมา 111 ปีแล้ว  บนพื้นที่ประมาณ 200 ไร่  รูปแบบการทำงานของโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย แบ่งสายงานออกเป็น 7 สาย  โดยโครงการ วมว. ขึ้นอยู่กับกลุ่มงานโครงการพิเศษ โดย มทส. จะเป็นพี่เลี้ยงมาโดยตลอดในทางวิชาการ  ตั้งแต่เริ่มเปิดนักเรียนโครงการพิเศษมา  ซึ่งมีมานานแล้ว  ก่อนที่จะมีโครงการ วมว. เราเรียกว่าโครการเด็กผู้มีความสามารถพิเศษ  ตั้งแต่คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ  โดยเราเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ ม. 1 และทุกวันนี้เป็นการต่อยอด  ทุกวันนี้มีบางคนไปเรียนต่อที่โรงเรียนมหิดลราชานุสรณ์ ตรงนี้จะเป็นข้อได้เปรียบ และ มทส. กับราชสีมาวิทยาลัย ได้แลกเปลี่ยนกันมาตลอด  ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือตั้งแต่เปิดโครงการพิเศษ  ตั้งแต่ ม. 1 ห้องเรียนพิเศษจะมี 3 ห้องๆ ละนักเรียน 30 กว่าคน เอกคณิตศาสตร์ เอกวิทยาศาสตร์ และเอกEngtech (อังกฤษเทคโนโลยี)  ซึ่งโครงการ วมว. มาอยู่ตรงนี้ถือเป็นการต่อยอด  ในเวทีวิชาการจะเห็นว่าครูที่นี้มีความกระตือรือร้นสูง  ตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากรมาสอนก็ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าเป้าหมายการสอนเด็กกลุ่มนี้  ครูต้องมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ด้านหนึ่งคือครูต้องประพฤตตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก  เพราะผมกลัวว่าเด็กเก่งแล้วขาดคุณธรรมจะเป็นอันตรายมาก  เด็กในโครงการ ม. 1 จะเข้ามาเรียนต้องบวชก่อน  30 วัน  ถ้าบวชได้ก็ถือว่ามีสิทธิ์เรียนในโครงการฯ  เป็นเงื่อนไขข้อแรก  และการจัดการเรียนการสอนชั้น ม. ต้นที่นี้ใช้งบประมาณจากผู้ปกครอง 100 % เป็นการอุดหนุนของผู้ปกครองทั้งหมด  และนักเรียนที่พักอยู่ มทส. ก็ให้อาจารย์ไปเป็นอาจารย์พ่ออาจารย์แม่ผลัดเปลี่ยนกันไปนอนที่หอพัก เพื่อให้กำลังใจเด็ก  โดยเป้าหมายให้เด็กที่จบการศึกษาแล้วเห็นแก่ชาติบ้านเมืองและมีจิตสาธารณะ  ซึ่งเด็กเหล่านี้จบออกไปแล้วเขาจะไปเรียนสาขาใดก็ตาม เรื่องจิตสาธารณะเขาต้องมีแน่นอน   

   



ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2333-3700 ต่อ 3728
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน  

ภาพข่าวโดย : นางสาวสุนิสา ภาคเพียร โทร. 02-333-3700 ต่อ 3732
 

 

สวทช. จับมือ พระจอมเกล้าลาดกระบัง เปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ และงานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010

ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติและงานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010  เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และจัดกิจกรรมที่ช่วยยกระดับความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วนในประเทศไทย  ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม- 1 สิงหาคม 2553  จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับ พระจอมเกล้าลาดกระบัง เปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ ณ ไบเทค บางนา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2553


               ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า  มีการดำเนินการอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 30 ปี โดยประเทศไทยเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีการจ้างแรงงานมากกว่าสองแสนคนในอุตสาหกรรมนี้  ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากปัจจับเกื้อหนุนที่สำคัญทางเศรษฐกิจหลายประเทศ อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน  ต้นทุนแรงงานที่แข่งขันได้และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำให้สามารถดึงดูดผู้ผลิตฮาร์ดิสก์ไดรฟ์สำคัญๆ จากต่างประเทศเกือบทุกรายเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย  ประกอบกับในช่วงปี 2542-2549 ที่ผ่านมา  ปริมาณความต้องการฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก  ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วนในประเทศไทยขยายตัวอย่างสูงจนกลายเป็นประเทศที่ส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อันดับหนึ่งของโลกปัจจุบัน
              

        ดังนั้ง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้มีความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคการศึกษา จัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขึ้น  ภายใต้ความรับผิดชอบของสถาบันฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDDI) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และจัดกิจกรรมที่ช่วยยกระดับความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วนในประเทศไทย  ซึ่งที่ผ่านมานับว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง  โดยกิจกรรมหลักๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วระหว่างปีงบประมาณ 2548-2552 อาทิเช่น การวิจัยพัฒนาด้านเทคโนโลยีต้นน้ำในอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์  การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และการพัฒนาด้านห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์  การให้ทุนนักศึกษาระดับปริญญาตรี  ปริญญาโท และปริญญาเอก  รวมทั้งการให้ทุนกับพนักงานในอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ต้องการศึกษาต่อปริญญาโท  ซึ่งมีหัวข้อวิจัยที่กำหนดร่วมกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์  การฝึกอบรมวิศวกรรและช่างเทคนิคก่อนและหลังเข้าสู่อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์  ดำเนินโครงการวิจัยและให้ทุนสนับสนุนการวิจัยด้าน Automation  และ Material และจัดตั้งเครือข่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่าศูนย์วิจัยร่วมเฉพาะทาง  ร่วมกับมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  
 

         นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ “โครงการยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (ส่วนของอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์) ระยะเวลา 5 ปี”  ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าว  เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2550  โดยมอบหมายให้ สวทช. เป็นผู้รับผิดชอบนำโครงการฯ ไปปฏิบัติร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด  เพื่อดึงดูดให้อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงมาขยายการลงทุนในประเทศไทยในระดับที่แข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้าน  ซี่งการจัดงานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010 และการจัดประชุมวิชาการฯ ในครั้งนี้  จะเป็นการจุดประกายของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขึ้นในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศเพื่อก้าวไปสู่การเป็นคลัสเตอร์ในระดับชาติและระดับสากลได้ในอนาคต
               ดร.ทวีศักดิ์  กออนันตกูล  ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า สถาบันฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ วางแผนที่จะสนับสนุนและยกระดับความเข้มแข็งให้กับการวิจัยขั้นสูง และการพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำในประเทศไทย  จุดมุ่งหมายสำคัญคือ การเชิญชวนให้มีการแลกเปลี่ยนกิจกรรมด้านการวิจัยขั้นสูงและการพัฒนามากขึ้นในประเทศไทย  เช่นเดียวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์  เมื่อไม่นานนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยและผู้ผลิต  ได้ริเริ่มพัฒนาการวิจัยขั้นสูงร่วมกันกว่า 10 ผลงาน เพื่อพุ่งเป้าให้ไปก้าวไปสู่ทิศทางการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง

               นอกจากนี้ สวทช. ได้ทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอย่างใกล้ชิด  เพื่อริเริ่มและดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัยขั้นสูงจากผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ในประเทศไทย  งานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010 ครั้งนี้  โดดเด่นไม่เพียงแต่ดึงดูดนักวิจัย และพนักงานของบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เท่านั้น  แต่ยังรวมถึงภาครัฐ ผู้ประกอบการขนาดย่อมและผู้ที่สนใจทั่วไป  งานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์  เอ็กซ์โป 2010  แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ และกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ในประเทศไทย  ได้เติบโตขึ้นอย่างน่าพึงพอใจ  และจะเฟื่องฟูต่อไปในอนาคต


               ด้าน รศ.ดร.กิตติ  ตีรเศรษฐ  อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ที่มีมูลค่าการส่งออกกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี  ดังนั้น การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง  ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาได้เกิดความร่วมมือขึ้นอย่างมาก ระหว่างมหาวิทยาลัย สวทช. และภาคอุตสาหกรรม  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และร่วมกันผลักดันพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถมุ่งสู่ระดับต้นน้ำ  ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวประกอบด้วย
               ความร่วมมือในการพัฒนาและผลิตบุคลากรทุกระดับ  เพื่อตอบสนองภาคอุตสาหกรรมทั้งงานวิจัยและบุคลากร  โดยการจัดตั้งสถาบัน HDDI จัดฝึกอบรมมากกว่า 111 หลักสูตร  สนับสนุนทุนวิจัยทุกระดับการศึกษากว่า 600 ทุน  จัดทำโครงการ Early recruitment program ถ่ายทอดเทคโนโลยี  โดยทำการวิจัยและพัฒนาโดยตรงกับผู้ผลิตในต่างประเทศ  ดำเนินการหลักสูตรระดับปริญญาโทและเอก  เฉพาะทางด้านเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูล  โดยวิทยาลัยร่วมด้านเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลและการประยุกต์ใช้งาน  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
               ความร่วมมือด้านการวิจัย กับภาคอุตสาหกรรมมากกว่า 100 โครงการ  ใช้งบประมาณรวมกว่า 80 ล้านบาท  สร้างผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์มากกว่า 8,500 ล้านบาท  สร้างหน่วยวิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรมมากกว่า 15 หน่วย  เพื่อผลักดันการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่เทคโนโลยีต้นน้ำให้ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า
               ความร่วมมือพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยี  การผลิตขั้นสูงที่ใช้ในโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และถ่ายทอดให้บริษัท SME ของไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันและทดแทน SME จากต่างประเทศเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ให้กับประเทศไทย
               สำหรับกิจกรรมภายในงานการประชุมวิชาการนานาชาติและงานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010  มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานและการประชุมทางวิชาการ  เผยแพร่ความรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี  แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักวิชาการ  นักวิจัย  และผู้ประกอบการ  และจัดนิทรรศการเพื่อให้นักเรียน  นักศึกษา  และประชาชนที่สนใจทั่วไปได้เห็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และการบันทึกข้อมูล  โดยความร่วมมือระห่างโปรแกรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์  สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการข้อมูล  ศูนย์วิจัยร่วมเฉพาะทางด้านส่วนประกอบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และ 4 บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ยักษ์ไหญ่ของโลก  ได้แก่ ฮิตาชิ  โกลบอกสตอเรจเทคโนโลยี ,  โตชิบา ,  เวสเทิร์นดิจิตอล  และซีเกท  ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมส่วนต่าง ๆ ได้แก่  การประชุมวิชาการนานาชาติ DST-CON 2010 เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการ  จากทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม , การแสดงของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 4 รายใหญ่ของโลก ได้แก่ Hitachi , Western Digital , Seagate และ Toshiba  ได้นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมล่าสุดของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ พร้อมกับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งยังไม่มีขายในประเทศมาจัดแสดง พร้อมสินค้าจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ  และการออกบูธของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ทั้งในและต่างประเทศ  จัดแสดงเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนที่มีความละเอียดสูง  การผลิตแบบอัตโนมัติ  และนวัตกรรมการผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศ 

 

 


ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2333-3700 ต่อ 3728
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail : 
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
บทความ อื่นๆ ...
หน้า 6 จาก 156

คลังภาพกิจกรรม คลังวิดีโอ ข่าวตัดหนังสือพิมพ์ งานวิจัยใช้ได้จริง


Callcenter 1313
 

สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)

สำรวจความพึงพอใจ

ความพึงพอใจของการเข้าใช้บริการเว็บไซต์
 

ติดตามชมวิดีโอกระทรวง คลิกที่นี่

เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์

GINFO GINFO Smart job Centere-Governmentจดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน

1111 and 1155 thailand move forward thailand move forwardสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์

หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป