กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ผลงานเด่นกระทรวง ผลงานเด่น สำนักงานปลัดกระทรวง ก.วิทย์ฯ ร่วมมือ ก. เกษตรฯ ทำลายลำไยอบแห้ง เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล

ก.วิทย์ฯ ร่วมมือ ก. เกษตรฯ ทำลายลำไยอบแห้ง เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล

พิมพ์ PDF

ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ร่วมกับ       นายธีระ  วงศ์สมุทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการทำลายลำไยอบแห้งปี 2546 และปี 2547 ระหว่าง ดร.สุจินดา โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ นายจรัลธาดา  กรรณสต  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนำไป        รีไซเคิลเป็นพลังงานชีวมวล  ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี  ณ  ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ  ถนนราชดำเนินนอก  (เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552)
ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  เปิดเผยว่า  ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่  8  กันยายน 2552 อนุมัติให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอ 3 ข้อ ได้แก่ 1. เป็นผู้ดำเนินการทำลายลำไยอบแห้งปี 2546 และปี 2547 ด้วยวิธีการรีไซเคิล โดยการบดให้แตกละเอียดหน้าคลังสินค้า แล้วนำไปอัดแท่งเป็นพลังงานชีวมวล โดยไม่เกิดมลภาวะและกระทบกับสิ่งแวดล้อม  2. เป็นผู้จำหน่ายเชื้อเพลิงอัดแท่งชีวมวลที่ผลิตได้และนำรายได้จากการจำหน่ายส่งคืนคณะกรรมการนโยบายและช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)  3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในวงเงินงบประมาณที่ ครม. อนุมัติไว้แล้ว ไม่เกิน 90 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าบริหารจัดการของคณะกรรมการบริหารจัดการทำลายลำไยอบแห้งปี 2546 และปี 2547 ในการตรวจสอบปริมาณและส่งมอบลำไยอบแห้งและควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการทำลายลำไยอบแห้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทำลายลำไยอบแห้ง โดยการรีไซเคิล  เป็นเชื้อเพลิงอัดแท่งชีวมวลในวงเงินไม่เกิน 80 ล้านบาท

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะใช้ลำไยอบแห้งปี 2546 และปี 2547 ของกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 46,800 ตัน ที่ทำลายแล้วเป็นวัตถุดิบแปรรูปเป็นพลังงานชีวมวลได้เชื้อเพลิงอัดแท่งตะเกียบประมาณ 20,000 ตัน  แท่งเชื้อเพลิงที่ได้จะมีค่าความร้อนสูงประมาณ 4,900 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม  มากกว่าถ่านลิกไนต์หรือน้ำมันเตาประมาณ 2 เท่า  (ถ่านหินลิกไนต์มีค่าความร้อนประมาณ 2,900 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม)  นอกจากนี้แท่งเชื้อเพลิงนี้จะจำหน่ายให้กับโรงอบลำไย  โรงงานเซรามิคในพื้นที่ โรงปูนซิเมนต์  หรือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนได้  คาดว่าจะจำหน่ายได้ประมาณ 30 ล้านบาท  โดยมีพื้นที่ดำเนินการ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่  ลำพูน  ลำปาง  และเชียงราย  โดยเฉพาะที่ ศูนย์เชียงใหม่-ลำพูน  มีปริมาณลำไยมากที่สุดประมาณ 40,339 ตัน ศูนย์ลำปาง ประมาณ 2,943 ตัน  และศูนย์เชียงรายประมาณ 3,546 ตัน  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะส่งเสริมการจ้างแรงงานมากกว่า 300 คน  และจะมอบเครื่องบดอัดแตกลำไย จำนวน 36 เครื่อง ให้แก่กลุ่มเกษตรกรลำไยเมื่อทำงานแล้วเสร็จภายใน 150 วัน  ในการสำรวจโกดังจำนวน 59 แห่ง พบว่าพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที จำนวน 49 แห่ง  จะต้องปรับปรุงพื้นที่ทำงาน  ระบบไฟฟ้า ประมาณ 10 แห่ง

      การบดอัดแตกลำไยหน้าโกดังจะทำได้ประมาณวันละ 45 ตัน  ใช้เครื่องมือทั้งในระดับอุตสาหกรรมสำหรับโกดังขนาดใหญ่ และระบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับโกดังขนาดกลางและเล็ก  โดยมีระบบการนับและชั่งโดยใช้เทคโนโลยี RFID (Radio-frequency identification) เมื่อคณะกรรมการฯ ทั้งกระทรวงเกษตรฯ       และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เห็นชอบในข้อมูลนี้จะลงชื่อส่งมอบและรับลำไยหน้าโกดัง  และลำไยจะถูกบดแตกในระบบปิดเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย จากนั้นจะถูกบรรจุในถุงใหญ่ และลำเลียงขนส่งไปยังโกดังอัดแท่งเชื้อเพลิง โดยที่โกดังจะติดตั้งกล้องติดตามจำนวน 4 จุด ได้แก่ 1. บริเวณที่เก็บกล่องลำไย  2. ที่ส่ง     และรับมอบ 3. ที่แกะกล่องลำไยแยกถุง  และ 4. ที่เครื่องบดอัดแตก พร้อมระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สามารถตรวจสอบได้จากทุกที
โครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อกของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ใช้เครื่องอัดแท่งลำไยเป็นเชื้อเพลิงเพื่อนำมาเป็นพลังงาน  ถือเป็นการสร้างงาน  สร้างเงิน และสร้างคุณชีวิตให้กับประชาชนในภาคเหนือได้อย่างยั่งยืน  โครงการนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้มอบหมายให้ สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี  ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  และสมาคมเครื่องจักรกลไทย ซึ่งเป็นผู้คิดค้น พัฒนาและสร้างเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงแท่งตะเกียบ
 ด้าน นายธีระ  วงศ์สมุทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการทำลายลำไย ปี 46/47 ด้วยการทำเป็นพลังงานชีวมวล  ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำลายลำไยให้หมดไปจากตลาดแล้ว  ยังนำไปอัดเป็นแท่งพลังงานชีวมวล  เพื่อใช้ในโรงงานเซรามิคในภาคเหนือ  และยังได้รับเงินคืนมาอีกด้วย   ลำไยที่จะทำลายเป็นลำไยที่ซื้อมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในปี 2546 และปี 2547  การทำลายลำไยเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลในครั้งนี้ ใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท  โดย 80 ล้านบาทเป็นการใช้ในการทำลายลำไย  และ 10 ล้านบาทใช้ในการบริหารจัดการ  ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมดำเนินการทันทีใน 49 โกดัง  ส่วนที่เหลือต้องมีการปรับปรุงพื้นที่เล็กน้อย

 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป