กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ผลงานกระทรวง งานวิจัย..ใช้ได้จริง โปรตอน เธราพิ ความหวังใหม่พิฆาตมะเร็ง

โปรตอน เธราพิ ความหวังใหม่พิฆาตมะเร็ง

พิมพ์ PDF

           

           ข่าวเล็กๆ แต่มีความน่าสนใจเป็นอย่างสูง เมื่อ ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ออกมาเปิดเผยว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีการติดตั้งเครื่องมือที่ใช้สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์ ที่เรียกว่า "เครื่องโปรตอน เธราพิ" (Proton therapy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนที่มีคุณสมบัติทำลายเซลล์มะเร็งที่จุดท้ายสุดของรังสี (end of รักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนที่มีคุณสมบัติทำลายเซลล์มะเร็งที่จุดท้ายสุดของรังสี (end of path) ที่สามารถเพิ่มปริมาณรังสีให้สูงมากขึ้นได้ โดยมีผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปกติโดยรอบเซลล์มะเร็งน้อยมาก โดยมอบหมายให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เตรียมความพร้อมกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้เครื่องโปรตอน เธราพิ
      ปัจจุบันประชากรมีอัตราการป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเพิ่มมากยิ่งขึ้น การรักษาโรคชีวิตด้วยโรคมะเร็งเพิ่มมากยิ่งขึ้น การรักษาโรคมะเร็งทางรังสีรักษาด้วยรังสีโฟตอนเป็นวิธีหนึ่งที่ยังคงเป็นที่แพร่หลายในประเทศไทยเรา แต่ปริมาณรังสีที่ได้รับนั้นเข้มข้นมาก เพราะต้องใช้พลังงานสูงเพื่อเข้าถึงส่วนของเซลล์มะเร็งที่ค่อนข้างลึก ซึ่งส่งผลต่อเซลล์ดีที่อยู่ข้างเคียงค่อนข้างมาก การนำเอาอนุภาคโปรตอนมารักษาโรคมะเร็งจึงเป็นทางเลือกในการผู้ป่วยจะได้รับรังสีในปริมาณที่น้อยกว่า และมีผลการรักษาที่ดีกว่า
       เครื่องโปรตอน เธราพิ มีราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท และต้องใช้เนื้อที่ประมาณ 6.12 ไร่ ในการสร้างศูนย์เพื่อติดตั้งเครื่องและรักษาคนป่วยแบบครบวงจร ซึ่งถือว่าใหญ่ไม่น้อย และแผนงานเหล่านี้กำลังคืบหน้าอย่างน่าพอใจ มาเจาะลึกถึงข้อมูลเครื่องโปรตอน เธราพิ และการเตรียมความพร้อมของกลุ่มกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้เครื่องกำเนิดรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ผู้ที่บุกเบิกและค้นคว้าในวิธีการรักษาด้วยพลังงานโปรตอนอย่างจริงจังเป็นคนแรกๆ ก็คือ โรเบิร์ต ฮาร์. วิลสัน จากเอกสารที่พิมพ์เผยแพร่ในปี 2489 เขาได้พัฒนาและออกแบบอยู่ที่ฮาร์วาร์ด ไซโคลตรอน ลาโบราทอรี (เอชซีแอล) แต่การรักษาผู้ป่วยโดยใช้รังสีโปรตอนได้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2497 ในสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยในประเทศสวีเดนในปี 2500 และพัฒนามาเรื่อยๆ จากสถิตในเดือน ส.ค. ปี 2556 ศูนย์ "โปรตอน เธราพิ" ในต่างประเทศ ปัจจุบันมีอยู่ 43 แห่งทั่วโลก และมี 121 ห้องรักษา โดยส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐถึง 28% และ 23% อยู่ในญี่ปุ่น และมีอยู่ที่ประแคนาดา ฝรั่งเศส โปแลนด์ จีน อังกฤษ เยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก โดยมีผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารักษาด้วยวิธีการนี้แล้วถึง 96,537 คน ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศใช้งบประมาณ 250 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.25 หมื่นล้านบาท สร้างศูนย์โปรตอน เธราพิ เพิ่มอีก 2 แห่งในอังกฤษ โดยจะเปิดในปี 2561 ซึ่งเกิดจากความต้องการของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีอยู่สูงในการรักษาด้วยวิธีการนี้
          สำหรับในเมืองไทย มีการศึกษาวิจัยและพยายามที่จะนำเครื่องโปรตอน เธราพิ จากงานวิจัยที่ชื่อ "ความเหมาะสมในการลงทุนเพื่อนำเครื่องฉายรังสีโปรตอนมาใช้รักษาโรคมะเร็งในประเทศไทย" โดย ภูษิต ประคองสาย, ศรีเพ็ญ ตันติเวสส และวิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ได้ ศึกษาถึงประโยชน์และความเหมาะสมในการนำเครื่องมือฉายรังสีโปรตอนมาใช้สำหรับการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทย คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาในช่วงระหว่างเดือน มิ.ย.ถึง ส.ค. 2543 โดยใช้การทบทวนเอกสารวิชาการและประสบการณ์ของการใช้รังสีโปรตอนในต่างประเทศ การสำมะโนการใช้รังสีโปรตอนในต่างประเทศ การสำมะโนสถานการณ์ของหน่วยรังสีรักษาและความคิดเห็นของแพทย์รังสีรักษาทั่วประเทศ โดยในตอนนั้นยังไม่เห็นความเหมาะสมที่จะนำเข้าเทคโนโลยีและเครื่องรักษาตรงนี้
          รายงานวิจัยอีกฉบับก็คือ รายงานการวิจัยการจัดระบบบริการด้านรังสีรักษากับความต้องการและการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย ปีงบประมาณ 2545 โดย ภูษิต ประคองสาย, สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์, วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร และศุภวาณี สำเภานนท์ ซึ่งงานวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยต่อเนื่องจากการศึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมในการลงทุนนำเครื่องฉายรังสีโปรตอนเพื่อใช้สำหรับการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทย ซึ่งเป็นการศึกษาความต้องการ ทางด้านสุขภาพหรือ Health needs เพื่อนำไปสู่การวางแผนในการลงทุนด้านสาธารณสุขหรือ Facility planning โดยเฉพาะการลงทุนเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่มีราคาแพงในอนาคตเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและเล็งเห็นความสำคัญในการศึกษาความต้องการทางด้านสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการลงทุนและการกระจายทรัพยากร สุขภาพอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ยากจนในสังคมไทย
          ผ่านไป 12 ปี โครงการนี้จึงกลายเป็นความจริงขึ้นมา การใช้รังสีรักษา เพราะเป็นวิธีหลักในการรักษามะเร็งวิธีหนึ่ง ในจำนวน 3 วิธี คือ ผ่าตัด รังสีรักษา และยาเคมีบำบัด โดยรังสีรักษา เป็นการนำรังสีมาใช้รักษาโรค รังสีที่ว่านี้คือ รังสี ไอออนไนซ์ ซึ่งมีหลายชนิด โดยชนิดที่ใช้กันกว้างขวางมากที่สุดรวมทั้งในประเทศไทย คือ รังสีเอ็กซ์ มากที่สุดรวมทั้งในประเทศไทย คือ รังสีเอ็กซ์ หรือทางรังสีรักษาเรียกว่า โฟตอน (Photon) ซึ่งผลิตรังสีตัวนี้ได้จากเครื่องที่เรียกว่า ไลแนค หรือ ลิเนีย (Linear accelerator) ซึ่งเป็นรังสีที่มีประโยชน์มากมาย แต่นักฟิสิกส์ ก็ยังคงศึกษาค้นคว้าหารังสีชนิดอื่นๆ เพื่อให้ได้การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เหมาะสมกับโรคมะเร็งแต่ละตำแหน่งและชนิดของโรคมะเร็งมากที่สุด ซึ่งในด้านรังสีรักษา คือ การควบคุมโรค หรือฆ่าเซลล์มะเร็งให้ได้มากที่สุดในขณะเดียวกันก็ต้องก่อผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่ออวัยวะปกติให้น้อยที่สุด ซึ่งนี่คือ คุณสมบัติของรังสีที่เรียกว่า "โปรตอน" แต่เนื่องจากโปรตอน เป็นรังสีที่กระบวนการผลิต ซับซ้อนกว่ารังสีเอ็กซ์ โดยผลิตจากเครื่อง ไซโคลตรอน ที่ในยุคแรกๆ จะต้องมีขนาดใหญ่โตมาก ค่าใช้จ่ายในการผลิต และการดูแลเครื่องสูงมาก รังสีตัวนี้จึงมีข้อจำกัดในการนำมาใช้รักษาโรค โดยทั่วไปจึงใช้อยู่เพียงในการศึกษาวิจัยเท่านั้น
          ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นมาก เครื่องไซโคลตรอนที่ใช้ผลิต โปรตอนเพื่อการฉายรังสีรักษาโรค จึงมีขนาดเล็กลงมาก และมีค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องลดลงกว่าในยุคก่อนมาก แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่าย และเทคโนโลยีสูงมากอยู่ดี ดังนั้น เครื่องโปรตอนที่ใช้รักษาผู้ป่วยจึงมีอยู่น้อยมาก การใช้โปรตอนรักษาโรคเนื้องอกและมะเร็ง จะให้ผลการรักษาควบคุมโรคได้เท่ากับรังสีโฟตอน เพราะมีคุณสมบัติทางชีววิทยาที่ใกล้เคียงกัน แต่โอกาสเกิดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อ/อวัยวะปกติที่อยู่รอบๆ ก้อนเนื้อ จะน้อยกว่ามาก ดังนั้นในต่างประเทศที่มีเครื่องโปรตอน จึงใช้โปรตอนรักษาโรคเนื้องอก และมะเร็งของอวัยวะที่อยู่ลึกๆ และล้อมรอบด้วยเนื้อเยื่อปกติที่สำคัญ เช่น ในสมอง ในลูกตา ในต่อมใต้สมอง ในไขสันหลัง เป็นต้น
          การรักษาโรคมะเร็งโดยการใช้รังสีรักษาด้วยอนุภาคโปรตอน กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยการกระจายของปริมาณรังสีเมื่อเข้าสู่ร่างกาย โดยเริ่มแรกจะถ่ายเทพลังงานที่บริเวณผิวเพียงเล็กน้อย และค่อยๆ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จนถึงความลึกสูงสุดที่จะสามารถเคลื่อนที่ผ่านไปได้ ก็จะถ่ายเทพลังงานให้ตัวกลางทั้งหมด และจากความลึกนั้นการถ่ายเทพลังงานก็จะลดลงอย่างรวดเร็วจนเป็นศูนย์ทำให้สามารถกำหนดให้รังสีชนิดนี้กระจายจำกัดอยู่เฉพาะในบริเวณที่ต้องการได้เป็นอย่างดี ไม่ทะลุไปถูกอวัยวะที่อยู่ลึกลงไปกว่าที่กำหนดได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ใกล้เคียงได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ใกล้เคียงรอบๆ ให้ได้รับปริมาณรังสีน้อย
          ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์ในการรักษามะเร็งในเด็ก มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไขสันหลัง ถึงแม้การรักษาด้วยอนุภาคโปรตอนมีประโยชน์หลากหลายตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น แต่ก็มีราคาสูง ใช้พื้นที่ในการติดตั้งค่อนข้างมาก และการออกแบบห้องติดตั้งเครื่องต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้ป่วย ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไปให้มากที่สุด
          การเตรียมความพร้อมของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ในการรักษาโรคมะเร็งทางรังสีรักษาโดยมาตรฐานทั่วไปที่มีอยู่ในประเทศไทยนั้น เป็นการรักษาด้วยรังสีโฟตอน (รังสีเอ็กซ์ และรังสีแกมม่า) ต้องใช้พลังงานสูงเพื่อเข้าถึงส่วนของเซลล์มะเร็งที่ค่อนข้างลึก และมีผลต่อเซลล์ดีที่อยู่ข้างเคียงค่อนข้างมาก เนื่องจากการฉายรังสีความเข้มสูงสู่ส่วนอวัยวะต่างๆ ของร่างกายต้องผ่านเซลล์ดีที่อยู่รายรอบ และเมื่อโดนรังสีก็อาจทำให้มีการดีที่อยู่รายรอบ และเมื่อโดนรังสีก็อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของรหัสพันธุกรรม อันเป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์ที่อาจก่อมะเร็ง หรืออาจหยุดกระบวนการตามปกติของเซลล์นั้นๆ ได้ ดังเห็นได้จากผลข้างเคียงของการรักษาด้วยรังสีรักษา อาทิ การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง อาการบวมแดงที่ผิวหนัง หรือผื่น ผมร่วง อ่อนเพลีย หรือภูมิต้านทานลดลง
          พีรพล พลายน้อย รักษาการผู้อำนวยการ กลุ่มกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้เครื่องกำเนิดรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบศึกษาและเตรียมความพร้อมในการที่จะนำเครื่องโปรตอน เธราพิ เข้ามาในเมืองไทย มองว่า ในแง่การเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทย เครื่องนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะเพียงการรักษาอย่างเดียว แต่สามารถใช้เพื่อการวิจัยด้วยก็ได้
          สามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบ ประโยชน์หลักใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในทุกส่วนและทุกอวัยวะของร่างกายในทุกรูปแบบและทุกระยะด้วย อย่างเช่นคนไข้ที่เป็นหนักๆ เครื่องมือที่ใช้รักษาอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งใช้ประกอบกันทั้งคีโมที่ใช้รักษาอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งใช้ประกอบกันทั้งคีโมและการฉายรังสี ซึ่งการฉายรังสีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้หายขาดไปได้ และอีกอย่างหนึ่ง ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นของการใช้รังสีรักษาทำให้เนื้อเยื่อของอวัยวะที่ดีๆ ซึ่งอยู่โดยรอบหรือในตัวของคนไข้ไปด้วย เพราะเวลาฉายเข้าไปแล้วมันควบคุมได้ไม่ดีเท่าที่ควรมันก็จะผ่านไปที่ตัวเนื้อเยื่อของมะเร็ง แต่ในขณะเดียวกันพอรังสีผ่านทะลุไปแล้วก็จะไปโดนเนื้อเยื่อที่ถัดออกไปหรือก่อนจะถึงมะเร็ง เพราะฉะนั้นการที่จะนำเอาเครื่องโปรตอน เธราพิ (Proton Therapy) เข้ามาใช้ในบ้านเราก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย พีรพล บอกว่า ทุกวันนี้เครื่องมือหรือเครื่องฉายรังสีที่ใช้อยู่บางส่วนบางอวัยวะฉายเข้าไปแล้วเข้าไปไม่ถึง หรือถึงบ้างแต่ไม่ใช่ตัวหลักที่ทำให้การรักษาไม่มีประสิทธิผลตามสมควร
          เครื่องโปรตอน เธราพิ มันสามารถกำหนดได้ คือก่อนที่เราจะรักษา หมอหรือผู้เชี่ยวชาญที่คุมทางด้านนี้ก็จะมาตรวจร่างกายคนไข้และตรวจเนื้อเยื่อมะเร็งให้รู้ว่าอยู่จุดไหนตรงไหน ลักษณะรูปทรงเป็นก้อนอย่างไร และมีความหนาแน่นแค่ไหนในเนื้อมะเร็งเพื่อที่จะคำนวณโปรตอนที่จะฉายเข้าไป แล้วต้องรู้ว่าอยู่ลึกแค่ไหนเพื่อให้โปรตอนเดินทางเข้าไปถึงก้อนมะเร็งโดยพอดี แล้วทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งตรงนั้น ทำลายได้มากและ ดีกว่าการใช้รังสีระบบเก่าและได้ผลชัดเจน สำหรับ ในต่างประเทศใช้กันมาเป็น 20 ปีแล้ว ที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป คนที่เป็นมะเร็งแล้วใช้เครื่องโปรตอน เธราพิ รักษาแล้วหายเขาก็รวมตัวกันไปตั้งชมรมเป็นหมื่นๆ คน ซึ่งก็เป็นนิมิตหมายที่ดีถ้าบ้านเราได้นำเข้ามาใช้ เพราะจะเป็นประโยชน์ของผู้ป่วยคนไทยที่เป็นโรคมะเร็ง และเป็นกำลังใจให้กับประชาชนด้วย เพราะคนที่เป็นมะเร็งเขาจะรู้ว่าเขามีทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งและมีโอกาสที่จะหายสูงมาก เครื่องนี้ก็ราคาหลายพันล้านบาท สถานที่ติดตั้งเครื่องนี้จะใหญ่จะเล็กขึ้นอยู่กับเครื่องยิงโปรตอนที่เราใช้ ตัวนี้เป็นตัวเร่งอนุภาควงรอบการเร่ง ที่ต้องใช้พื้นที่หลายไร่ เพราะตัวเร่งเป็นวงแหวนที่กว้างกินพื้นที่เยอะ ก็ต้องรออีก 2-3 ปี
          สำหรับแผนงานในอนาคตอันใกล้นี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะกำกับในส่วนของผู้ปฏิบัติงานว่าจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรงนั้นอย่างไรเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ถ้าพูดถึงเรื่องอันตรายมันก็อันตรายทั้งนั้นแหละที่เป็นรังสี อะไรก็ตามที่มีประโยชน์มากมันก็มีโทษไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นคนที่จะมาใช้เครื่องนี้ต้องเป็นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ ตอนนี้เราก็มีการเตรียมการ แล้วมีการฝึกคนไปเทรนเพื่อที่จะกลับมาใช้งานเครื่องโปรตอน เธราพินี้ได้ ซึ่งต้องมีทั้งแพทย์เอง นักเทคนิคการแพทย์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมถึงวิศวะเครื่องกลต่างๆ เป็นทีมงานที่ต้องทำงานร่วมกัน ตัวคนไข้ก็จะอยู่ในความดูแลของแพทย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ ส่วนตัวเครื่องทั้งวิศวะ และทีมงานต้องทำงานร่วมกัน แต่ด้วยระบบ ของตัวโปรตอน เธราพิเอง มีระบบควบคุมอนุภาคของตัวมันเองอย่างยอดเยี่ยมอยู่แล้ว มีพลังงานมากพอที่จะทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งในแต่ละจุดได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะอยู่ลึกตรงส่วนไหน ของร่างกายก็ตาม ที่ดีที่สุดก็คือใช้กับเด็กได้ เพราะปัจจุบันรังสีรักษาจะใช้กับเด็กได้ยากมาก เพราะมีผลกับเนื้อเยื่อโดยตรง และเด็กมีเนื้อเยื่อที่อ่อน ขณะนี้ก็มีแผนส่งคนไปเรียนรู้ในต่างประเทศเพื่อมารองรับในงานตรงนี้ ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่คนไทยมีความหวังในการรักษาโรคมะเร็งที่ดีขึ้น เพราะถือเป็นเครื่องรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบัน มีอัตราการหายที่สูงมากและแทบไม่มีผลกระทบข้างเคียง เพราะเวลาฉายเข้าไปรังสีก็จะทำลายเฉพาะก้อนเนื้อมะเร็ง ความแม่นยำอยู่ในระดับเฉพาะก้อนเนื้อมะเร็ง ความแม่นยำอยู่ในระดับมิลลิเมตร ซึ่งแทบจะไม่ไปกระทบเนื้อเยื่อข้างเคียงเลย แล้วลำรังสีที่เข้าไปเราสามารถกำหนดให้พอดีตัวกับมะเร็งแบบตรงเป๊ะ และรังสีไม่สามารถผ่านทะลุไปได้หยุดแค่ตรงนั้น ซึ่งเนื้อมะเร็งจถูกทำลายมากกว่าวิธีฉายรังสีแบบเก่า ได้ผลและใช้เวลาน้อยกว่าเยอะมาก ดีใจมากที่จะมีเทคโนโลยีใหม่ในการใช้รักษาโรคมะเร็งของคนไทย ซึ่งความทุกข์ของผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้นมีอยู่มากแล้ว ยิ่งมาเจอกับผลข้างเคียงในการรักษาที่เจ็บปวดทรมานทำให้กายและใจอ่อนแอตามไปด้วย แต่วันนี้พวกเขาเริ่มมีความหวังและกำลังใจจากการเพิ่มทางเลือกในการรักษาที่ได้รับการยอมรับว่า มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด การดำเนินการด้านเตรียมพร้อมบุคลากรที่ชำนาญพิเศษเฉพาะทางในด้านเครื่องมือที่แพงอย่างมหาศาลได้เริ่มขึ้นแล้ว หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดจากแผนที่วางไว้ ศูนย์โปรตอน เธราพิ ก็จะพร้อมใช้งานในประเทศไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้
 
ที่มาของข้อมูล  : สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
                       โทรศัพท์ 02 596 7600 
ผู้เรียบเรียง : พริบพันดาว โพสต์ทูเดย์  ฉบับวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 
ผู้เผยแพร่ :  นางสาวนีรนุช  ตามศักดิ์  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สป.วท. โทรศัพท์ 02-333-3732


 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป