กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ผลงานกระทรวง งานวิจัย..ใช้ได้จริง เทคโนโลยี PET-CT วินิจฉัยโรคมะเร็งได้อย่างแม่นยำ

เทคโนโลยี PET-CT วินิจฉัยโรคมะเร็งได้อย่างแม่นยำ

พิมพ์ PDF

       ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์มากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานแพร่หลายในการวินิจฉัย และรักษาทางการแพทย์  และรวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทยและใช้ในการตรวจวินิจฉัยได้เพียง 8 ปี คือ PET/CT (เพทซีที) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องตรวจวินิจฉัยโรค ที่มีความไวและประสิทธิภาพสูงที่สุดก็ว่าได้
    ในการที่จะนำเทคโนโลยีทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์มาใช้ภายในประเทศจะต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยในการนำพลังงานนิวเคลียร์และรังสีมาใช้ประโยชน์ภายในประเทศ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไป โดยมีการนำพลังงานนิวเคลียร์และรังสีไปใช้ประโยชน์ทางด้านต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์เพื่อใช้การตรวจวินิจฉัยโรค และเพื่อการรักษา
          รศ.พญ.ชนิสา โชติพานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริการทางการแพทย์ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ กล่าวว่า การนำสารกัมมันตรังสีมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยโดยการใช้เครื่องเพทซีทีสแกนคือ การนำเอาสารกัมมันตภาพรังสีฉีดเข้าในตัวคนไข้แล้วตรวจดูเมตะบอลิซึมในรอยโรคพยาธิสภาพ โดยการใช้เครื่อง PET/ CT เป็นตัวสแกนว่าตำแหน่งไหนในร่างกายมีการเปล่งแสงออกมาให้เห็นในภาพ PET/ CT
         การวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเพทซีทีสแกน เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีความไวสูงในการตรวจดูเมตะบอลิซึม ในขณะที่การตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องกำทอนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นการตรวจดูลักษณะกายวิภาค ซึ่งบางครั้งต้องรอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาค จึงจะตรวจพบพยาธิสภาพ ในขณะที่เครื่องเพทซีทีสแกนเป็นการตรวจดูเมตตาบอลิซึมไม่ต้องรอการเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาคจึงมีความไวในการตรวจวินิจฉัยสูง
      PET/CTคือ PET เป็นเครื่องสแกน ชื่อย่อมาจาก" Positron Emission Computed Tomography"  และ CT คือ เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์  เป็นการนำเทคโนโลยีของสองเครื่องมารวมอยู่ในเครื่องเดียวกันทำให้สามารถเห็นเมตะบอลิซึมและกายวิภาคพร้อมกันในการตรวจครั้งเดียว ซึ่งทำให้ผลการตรวจวินิจฉัยมีความแม่นยำ ซึ่งวิธีนี้ใช้ในต่างประเทศมามากกว่า 40 ปีแล้ว สำหรับในประเทศไทยใช้มาประมาณ 8 ปี มีความแม่นยำและมีความไวในการตรวจสูงประมาณ 90 % และมีความจำเพาะประมาณ 80 - 90 % ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายการตรวจแต่ละครั้งราคาประมาณ 40,000 บาท
        นอกจากนี้ จะไม่แนะนำการตรวจเพทซีทีสแกนในคนปกติ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าเพทซีทีสแกนมีประโยชน์ในการตรวจหามะเร็ง ต้องยอมรับว่าการตรวจเพทซีทีสแกนในคนปกติจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการโดนรังสีที่ไม่จำเป็น ซึ่งมีโอกาสให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเช่นกัน เพทซีทีสแกนไม่ใช่เครื่องมือมหัศจรรย์ที่สามารถตรวจพบทุกโรค ในบางโรคก็ตรวจไม่พบ ดังนั้นจึงไม่เหมาะสมที่คนปกติจะตรวจเพทซีทีสแกนเพื่อดูว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
      สอบถามเรื่องความปลอดภัยของการใช้เพทสแกนได้ที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทร.0 2596 7600 ต่อ 3515 - 17 และสามารถสอบถามรายละเอียดการตรวจเพทซีที่ได้ที่ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทร.0 574 3355, 0 2576 6000

เผยแพร่โดย : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์
 
 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป