กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ผลงานกระทรวง งานวิจัย..ใช้ได้จริง ปส. แนะการตรวจวินิจฉัย PET/CT รู้ทันมะเร็งได้อย่างแม่นยำ

ปส. แนะการตรวจวินิจฉัย PET/CT รู้ทันมะเร็งได้อย่างแม่นยำ

พิมพ์ PDF

        สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) แนะการใช้รังสีวินิจฉัยโรคด้วยเครื่อง PET/CT สแกน มีความแม่นยำปลอดภัยสูง หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และมีการขออนุญาตใช้ที่ถูกต้องตามกฎหมายจาก สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ย้ำปริมาณรังสีที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยมีการประเมินความปลอดภัยจากแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญแล้ว

      ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มขออนุญาตใช้เครื่อง PET (Positron Emission Tomography, PET) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography, CT) รวมทั้ง เครื่อง PET/CT เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๑ ของคนไทย ได้แก่โรค "มะเร็ง" ทำให้ในวงการแพทย์ตื่นตัวและจำเป็นต้องหาวิธีการตรวจวินิจฉัยให้ผู้ป่วยรู้ตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที 
        PET/CT สแกน เป็นทางเลือกใหม่ในการวินิจฉัยโรคแต่เนิ่น ๆ ที่มีความชัดเจนและแม่นยำกว่าการตรวจถ่ายภาพแบบอื่นๆ เนื่องจากเป็นการผสมผสานเอาเครื่อง PET (Positron Emission Tomography, PET)  และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography, CT) มารวมในเครื่องเดียว ทำให้ภาพที่ได้มีข้อมูลทั้งด้านโครงสร้างและด้านสรีระวิทยาที่มีความแม่นยำสูง รวมทั้ง มีประสิทธิภาพสูงในการนำมาใช้ตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โดยสามารถบอกตำแหน่งของรอยโรคควบคู่กับระดับการทำงานของเซลล์ ซึ่งมีความชัดเจนและความแม่นยำมากกว่าการใช้เครื่อง PET และ CT ที่แยกกัน โดยการตรวจสามารถทำได้พร้อมกันโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และนอกจากตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งแล้ว ยังมีความสามารถในการตรวจความผิดปกติของร่างกายอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคความจำเสื่อม โรคพาร์กินสัน โรคลมชัก นอกจากนี้ แพทย์ยังสามารถนำภาพจาก PET/CT มาใช้ในการวางแผนเพื่อรักษาด้วยการฉายรังสี (radiation therapy treatment planning) ทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งการฉายรังสี (contour maps) ให้ครอบคลุมรอยโรคได้อย่างถูกต้องอีกด้วย โดยปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจะไม่นำมารวมกับปริมาณรังสีสะสมสำหรับประชาชนทั่วไป (ซึ่งระบุไว้ตามเกณฑ์ความปลอดภัยทางรังสีไม่เกิน ๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี)
        ทั้งนี้ ประเทศไทยมีแนวโน้มนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มากขึ้น ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัย ขอให้หน่วยงานที่จะติดตั้งและใช้เครื่อง PET/CT ดำเนินการขออนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้พลังงานปรมาณูต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อให้การใช้งานเครื่อง PET/CT เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ประชาชนทั่วไป และสิ่งแวดล้อม…ดร.อัจฉรา ฯ กล่าว
          จากสถิติสาเหตุการตายอันดับ ๑ ของคนไทย ซึ่งได้แก่โรค "มะเร็ง" ยังครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง โรคนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมีอัตราสูงขึ้น โดยโรคมะเร็งที่พบบ่อย ๖ อันดับแรกของโลก ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ ชนิดของโรคมะเร็งที่พบบ่อยในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เนื่องจากประชาชนมีการเกิดโรคติดเชื้อต่างกัน ได้รับรังสี สารเคมี  มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร คุณสมบัติทางพันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิตและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งรุนแรงมากขึ้น และมีคนไทยเสียชีวิตกว่า ๖๐,๐๐๐ คนต่อปี ส่วนทั่วโลกมีรายงานการเสียชีวิตปีละเกือบ ๘ ล้านคน และอาจจะมีอัตราเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากคนเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และไม่เรียนรู้ให้ทันต่อโรคร้ายนี้
           สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้เครื่องกำเนิดรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทร. ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ  ๑๖๑๓

ภาพแสดงการเปรียบเทียบการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีการ  CT, PET และ  PET/CT
ข้อมูลโดย : กลุ่มเผยแพร่พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ  ๑๑๒๓ - ๑๑๒๔
ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
เผยแพร่โดย : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สป.วท.
 
 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป