กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

กระทรวงวิทย์ฯ กำหนดทิศทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยปี 2557

พิมพ์ PDF

             ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศในหลายด้าน  แต่หากดูลึกลงไปจะเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้นยังมีปัญหาอีกมากทั้งความเหลี่ยมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การก้าวไปสู่สังคมผู้อายุในไม่กี่ปีข้างหน้านั้นหมายถึงรัฐต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลจำนวนมหาศาล การดูแลรักษาพยาบาล ปัญหาผู้พิการขาดโอกาสทางสังคมและปัญหาการภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดภัยพิบัติรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเราต้องเตรียมรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นให้ได้ อีกทั้งยังมีสื่งเร้าภายนอกมากดดันคือ การเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community หรือ AEC) ในอีก 2 ปีข้างหน้า สิ่งเหล่านี้ต่างอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปแก้ไขและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
             นายพีรพันธุ์  พาลุสุข  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต่างๆในประเทศนั้นต้องแก้กันทั้งระบบไม่ว่าจะ ระบบราชการ ระบบการศึกษา รวมทั้งระบบสาธารณสุขและสิ่งสำคัญอีกอย่างคือปัญหาการล้าหลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค และอุปสรรคในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาคเอกชนที่ยังให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาน้อย และอุปสรรคในด้านการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลที่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ไม่มากเท่าที่ควร จะเห็นได้งบประมาณในการวิจัยของกระทรวงวิทย์ฯ มีงบประมาณหมื่นกว่าล้านซึ่งถ้าเทียบกับรายได้ของประเทศแล้ว จะเห็นว่างบประมาณด้านนี้ยังน้อยอยู่ ในขณะที่ประเทศร่ำรวยอาจมีงบประมาณถึง 2 % ของGDP ในขณะที่ประเทศไทยมีประมาณ 0.25% ซึ่งทำให้รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในการผลักดันให้มีงบประมาณด้านการวิจัยมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ 1% ของ GDP ซึ่งงบวิจัยและพัฒนาอาจไม่ได้อยู่ที่กระทรวงวิทย์ฯอย่างเดียว แต่อาจร่วมไปถึงหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยหลักของประเทศ 6 หน่วยงาน (1 ว. 5 ส.) ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)  หากการผลักดันงบประมาณการวิจัยสำเร็จจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทในการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย และหากมองถึงทิศทางในอนาคตนโยบายหลักของรัฐคือการปรับปรุงระบบรางคือประเทศซึ่งล้วนแต่ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมากให้การขับเคลื่อน
             นอกจากนี้การส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของภาครัฐที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ไปปฎิบัติงานในภาคเอกชนจะก่อให้เกิดความร่วมมือกันและเป็นการใช้ประโยชน์จากกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีทิศทางให้การพัฒนาประเทศไปในทิศทางเดียวกันโดยรัฐควรสนับสนุนเครื่องมือในการวิจัยโดยการให้มีการใช้อุทยานวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้นและขยายไปตามภูมิภาคต่างๆของประเทศเพื่อให้นักวิจัยและภาคเอกชนได้ใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างนักวิจัยใหม่ๆเข้าสู่ระบบ เพื่อการวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งและยั่งยืน
 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป