กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

พิษร้ายจากการบริโภครังนกสีแดง: กระทรวงวิทย์ฯ เร่งใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์พัฒนาสินค้ารังนกไทยฟื้นการส่งอ

พิมพ์ PDF

           กระทรวงวิทย์ฯ โดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ  นำนักวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ชี้แจงให้มีการเร่งใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจพิสูจน์คุณภาพความปลอดภัย และการปลอมของรังนก รวมทั้งปรับปรุงและพัฒนาสินค้ารังนกไทยฟื้นการส่งออก หวังคลี่คลายผลกระทบที่ทางการจีนสั่งห้ามนำเข้ารังนกจากประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย หลังตรวจพบการปนเปื้อนสารไนไตรท์ในรังนกสีแดงที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซียเกินค่ามาตรฐานกำหนด    
           นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “จากการที่ผู้ประกอบการรังนกไทยได้รับผลกระทบจากทางการจีนสั่งห้ามนำเข้ารังนกเนื่องจากตรวจพบสารปนเปื้อนไนไตรท์ในรังนกสีแดงจากมาเลเซียเกินค่ามาตรฐานที่ประเทศจีนกำหนด จึงห้ามการนำเข้ารังนกจากประเทศคู่ค้าทั้งหมดเนื่องจากการบริโภครังนกสีแดงที่มีการปนเปื้อนสารไนไตรท์จะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน  ส่งผลให้ริมฝีปากและผิวหนังเป็นสีฟ้าหรือสีม่วง  คลื่นไส้  อาเจียน  ปวดท้อง  ท้องร่วง อุจจาระเป็นสีเลือด ปวดศีรษะ และไตวายในที่สุด  ซึ่ง WHO ไม่ให้เด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 เดือนบริโภครังนกด้วย  ทำให้ราคาลดลงจากเดิมกิโลกรัมละ 60,000 - 90,000 บาทเหลือเพียงกิโลกรัมละ 10,000 - 20,000 บาท  ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ นำนักวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อชี้แจงให้มีการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพสินค้ารังนก หวังคลี่คลายปัญหาการส่งออก”
           นางสุมาลี  ทั่งพิทยกุล รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า “กรมวิทยาศาสตร์บริการได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ไนไตรท์ตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยและการปลอมของผลิตภัณฑ์รังนก โดยได้สุ่มเก็บตัวอย่างรังนกและผลิตภัณฑ์รังนกมาทดสอบปริมาณสารไนไตรท์จำนวน 27 ตัวอย่าง พบว่ารังนกบ้าน มีปริมาณไนไตรท์ไม่เกิน 30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมรังนกถ้ำที่เก็บมานานมีปริมาณไนไตรท์646 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม รังนกสีแดง มีปริมาณไนไตรท์42.3-1,574 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูปมีปริมาณสารไนไตรท์ ตั้งแต่ไม่พบถึง 4.85 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมนอกจากนี้ยังได้มีการจัดประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรังนกในจังหวัดภาคใต้ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยมีผู้ประกอบการที่เข้าประชุมเป็นผู้ประกอบการรังนกบ้าน ตั้งแต่ผู้สร้างบ้านสำหรับนก ผู้ทำธุรกิจทำความสะอาดรังนก ผู้ส่งออกรังนก ผู้ผลิตเครื่องดื่มรังนก ซึ่งผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐช่วยเร่งแก้ปัญหาเรื่องการตลาดในการส่งออกรังนกไปขายยังสาธารณรัฐประชาชนจีนปัญหาผู้ประกอบการรังนกบ้านเรื่องนกอีแอ่นเป็นสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535ทำให้ไม่สามารถครอบครองซื้อขายได้เนื่องจากผิดกฎหมาย และต้องการให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของรังนกโดยการถ่ายทอดความรู้ให้เนื่องจากในอดีตความรู้เรื่องรังนกยังเป็นความลับไม่มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กัน ในส่วนรังนกบ้านต้องการให้สอนตั้งแต่ขั้นตอนของการสร้างบ้านนก การดูแลความสะอาด การกำจัดศัตรูของนกอีแอ่น เพื่อให้ได้รังนกที่มีคุณภาพและสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น ในการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต้องการให้มีการฝึกอบรมการทำผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเพื่อสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้รวมทั้งผู้ประกอบการต้องการให้กรมวิทยาศาสตร์บริการช่วยในส่วนของการทำวิจัยเกี่ยวกับรังนกเพื่อเพิ่มข้อมูลในเชิงลึกสำหรับยืนยันคุณค่าทางโภชนาการและพิสูจน์สรรพคุณที่มีการกล่าวอ้างในอดีต ส่งเสริมการเปิดตลาดการค้าภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีกทั้งผู้ประกอบการได้รวมตัวกันตั้งสมาคมรังนกเพื่อให้สามารถเจรจาต่อรองกับภาครัฐในเรื่องของการช่วยเหลือและผลักดันข้อร้องเรียนต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีเลขานุการสมาคมประมงแห่งประเทศไทยเป็นผู้นำ และสมาชิกสมาคมประกอบด้วยกลุ่มผู้ผลิตรังนกบ้าน  ผู้สร้างบ้านรังนก  ผู้ทำความสะอาดรังนก จากจังหวัดจันทบุรี  ตราด  ประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร  นครศรีธรรมราช  สุราษฎ์ธานี  พัทลุง  กระบี่  สตูล  พังงา  ตรัง นราธิวาส  และปัตตานี



----------------------------------------



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  - นางสาวนงนุช  เมธียนต์พิริยะ  รักษาการผู้อำนวยการโครงการวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 
กรมวิทยาศาสตร์บริการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโทร 02 201 7095  091 3797091
หรือ ฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมวิทยาศาสตร์บริการ  โทร 0 2201 7097-8  โทรสาร 0 2201 7470www.dss.go.th
 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป